จากการสำรวจข้อมูลภาคสนามและรวบรวมเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในจังหวัดกาญจนบุรีช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ พบว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวไม่คึกคักอย่างที่คาดหวัง นางสาวณัฐรินทร์ พงษ์วิทยภานุ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี ได้วิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค ก่อนเสนอแนวทางฟื้นเศรษฐกิจต่อภาครัฐ
โดยสรุปเป็น 6 ประเด็นสำคัญพร้อมการขยายเนื้อหา ดังนี้ :
1. ยอดจองห้องพักวูบ 30–40% สัญญาณเตือนชัดเจนว่ากำลังซื้อหดตัว แม้แหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างอำเภอไทรโยคยังคงมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับภาพรวมทั่วทั้งจังหวัดแล้วพบว่ายอดการเดินทางลดลงค่อนข้างมาก ผู้ประกอบการที่พักหลายแห่งรายงานตรงกันว่า ยอดจองห้องพักช่วงเทศกาลปีนี้ลดลงเฉลี่ย 30–40% ส่งผลให้รายได้ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ อีกทั้ง ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนก็ไม่หนาแน่นเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนชัดเจนว่า “เม็ดเงินท่องเที่ยวไหลเข้าสู่จังหวัดน้อยลงกว่าปกติ” โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัวที่เลือกลดทริปเพื่อลดรายจ่ายในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว
2. พฤติกรรมท่องเที่ยวเปลี่ยน — นักท่องเที่ยว “รัดเข็มขัด” ทุกเม็ดเงิน ภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากปรับพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่นิยมรับประทานอาหารในร้านใหญ่ ก็เปลี่ยนมาเลือกซื้ออาหารจากร้านสะดวกซื้อ หรือทำอาหารไปรับประทานเองเพื่อลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เม็ดเงินไม่กระจายสู่ผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านท่องเที่ยวเท่าที่ควร
หลายธุรกิจรายงานว่า “ลูกค้าใช้จ่ายต่อหัวลดลงอย่างต่อเนื่อง” ทั้งในกิจกรรมท่องเที่ยว ร้านขายของฝาก และร้านบริการต่างๆ ซึ่งแนวโน้มนี้สะท้อนทิศทางการท่องเที่ยวเชิงประหยัดที่ชัดเจนขึ้นในปีนี้
3. นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงกว่า 50% โดนผลกระทบสงคราม-ค่าตั๋วเครื่องบิน สถานการณ์ท่องเที่ยวต่างประเทศในหลายพื้นที่ของโลก รวมถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปและอเมริกาที่เคยเป็นตลาดหลักของกาญจนบุรีลดลงกว่า 50% ในปีนี้ ส่งผลให้โครงสร้างนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ปัจจุบันสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวไทยถึง 80% ขณะที่ต่างชาติอยู่ที่เพียง 20% และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอเชีย เช่น จีน และมาเลเซีย ผู้ประกอบการหลายรายกังวลว่า หากเทรนด์นี้ยังดำเนินต่อไป จะกระทบต่อรายได้จากตลาดต่างชาติที่เคยเป็นกำลังหลักในช่วงไฮซีซั่นของจังหวัด
4. ต้นทุนธุรกิจพุ่งไม่หยุด — ผู้ประกอบการต้อง “กัดฟันแบกภาระ” ต้นทุนวัตถุดิบ อาหาร พลังงาน และค่าแรงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการกลับไม่สามารถปรับราคาขายได้ เนื่องจากเกรงว่ายอดลูกค้าจะหายไปมากกว่าเดิม ทำให้หลายกิจการต้องลดกำไรลงหรือแบกรับต้นทุนด้วยตัวเอง สิ่งที่ผู้ประกอบการกังวลที่สุดคือ “ช่วงหลังสงกรานต์” ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวซบเซา (Low Season) หลายธุรกิจเกรงว่า หากรายได้ไม่พอค่าดำเนินการ อาจต้องลดจำนวนพนักงานหรือชะลอการลงทุน บางรายอาจเสี่ยงถึงขั้นต้องปิดกิจการหากไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมจากภาครัฐ
5. มอเตอร์เวย์ M81 ช่วยกระตุ้นเดินทาง แต่ยังไม่พอพยุงเศรษฐกิจทั้งจังหวัด ปัจจัยบวกที่ช่วยประคองสถานการณ์คือ การเปิดใช้มอเตอร์เวย์สาย M81 ซึ่งทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดกาญจนบุรีสะดวกขึ้น ใช้เวลาเพียงประมาณ 50 นาที ส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ One Day Trip เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีใหญ่โดยภาครัฐและ อบจ. มีส่วนช่วยดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่นิยมกิจกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ แต่หอการค้ามองว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ หากต้องการให้เศรษฐกิจจังหวัดฟื้นตัวแบบยั่งยืน ต้องอาศัยกลยุทธ์ระยะยาวและการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน
6. ข้อเสนอสำคัญ: อัดมาตรการกระตุ้น-ภาษี-โครงสร้างพื้นฐาน EV ดันกาญจน์สู่เมือง Wellness & Go Green หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีเสนอแนะภาครัฐให้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนและมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ เช่น โครงการกระตุ้นท่องเที่ยว ดึงเม็ดเงินเข้าจังหวัดผ่านโครงการลักษณะ “เราเที่ยวด้วยกัน” หรือ “คนละครึ่ง” เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการเดินทางและใช้จ่ายส่งเสริมการสัมมนาของหน่วยงานรัฐในช่วง Low Season ช่วยเติมเต็มรายได้ให้โรงแรม รีสอร์ต และผู้ประกอบการในช่วงที่การท่องเที่ยวเบาบาง มาตรการภาษีเพื่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจที่จัดกิจกรรมหรือเทศกาลเพื่อกระตุ้นการเดินทางตลอดทั้งปี
โครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด เช่น สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อติดตั้งจุดชาร์จรถ EV ในโรงแรม ร้านอาหาร และจุดท่องเที่ยว เพื่อสอดรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเดินทางแบบลดคาร์บอน พร้อมผลักดันกาญจนบุรีเป็น “Wellness & Go Green Destination” ในอนาคต หอการค้ากาญจนบุรีย้ำว่า หากต้องการพลิกฟื้นเศรษฐกิจจังหวัดให้กลับมาคึกคัก จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในทิศทางเดียวกัน พร้อมเดินหน้าแผนพัฒนาที่ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ เพื่อให้กาญจนบุรีเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเฉพาะช่วงเทศกาล แต่ตลอดทั้งปี
กีรติ ก้อนทองคำ จ.กาญจนบุรี


