Category Archives: มนต์ขลัง

เปิดตัวเหรียญ!! พระสมเด็จทองคำแท้ 300 ล้านบาท ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ปลุกเสกโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี แห่ง วัดระฆังโฆษิตาราม

น.ส.ชณาญ์กานญ์ อรจุล ผู้อำนวยการข่าว สถานีข่าว MBB TV NEWS พร้อมทีมงาน ได้รับเกียรติจากท่าน ผู้การโบ้ อนุญาติให้ไปถ่ายทำข่าว ชมองค์จริง และ สัมภาษณ์ เกี่ยวกับ “พระสมเด็จ เนื้อทองคำแท้” (รุ่นจักรพรรดิ์) องค์นี้ ชื่อฉายานามคือ พระสมเด็จทองคำองค์ฟ้าประทาน เมื่อปี พ.ศ.2553 ท่านผู้การโบ้ ได้รับพระสมเด็จองค์นี้มาจาก ท่านประยูร สังข์ยุทธ (พ่อบุญธรรม) อดีต รองอธิบดีกรมศาสนา รวมถึงเคยได้รับตำแหน่งเป็น เลขานุการ ของท่าน ขวัญแก้ว วัชโรทัย ซึ่งตอนที่ได้รับพระมานั้น ยังไม่ทราบว่า พระองค์นี้ เป็นเนื้ออะไร จนเมื่อถึง ปี พ.ศ. 2556 จึงได้มีโอกาศ นำพระองค์นี้ไปตรวจสอบ กับ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โดยการแสกนระบบทางวิทยาศาสตร์ ที่ทันสมัย จึงได้ทราบว่า พระสมเด็จองค์นี้นั้น เป็นพระเนื้อทองคำแท้ อายุการสร้าง อยู่ในช่วงยุคสมัย รัชกาลที่ […]

พระท่ากระดาน กรุต้นตาล สระบุรี

พระท่ากระดานกรุต้นตาล แตกกรุออกมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๔ บริเวณโคกเนินดิน ห่างจากตัวจังหวัดไม่มากนัก บริเวณนั้นปรากฏว่ามีต้นตาลขึ้นอยู่จำนวนมาก และพบอยู่ใต้ต้นตาล จึงนำพระที่แตกกรุมาตั้งชื่อตามพระที่ค้นพบ พระท่ากระดาน กรุต้นตาล ลักษณะพระเป็นแบบมารวิชัย สร้างในสมัยอยุธยา ตอนต้น คล้ายคลึงกับพระท่ากระดานของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นพระเนื้อชิน กล่าวคือ มีทั้งเนื้อชินเงินและเนื้อชินตะกั่วแซมไข แต่ที่เป็นเนื้อพระสนิมแดงแบบท่าพระดานของจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ปรากฏ ด้านหลังของพระท่ากระดาน กรุต้นตาลจะทำเป็นแบบหลังตันทุกองค์ พระมีจำนวนไม่มากนักจึงทำให้ไม่แพร่หลาย นักสะสมน้อยคนนักที่จะรู้ว่าจังหวัดสระบุรีก็มี พระท่ากระดานแตกกรุออกมา จึงทำให้ไม่ค่อยมีราคาเหมือนพระท่ากระดานของกาญจนบุรี พระท่ากระดานของกรุต้นตาลเข้าใจว่าจะสร้างยุคหลังกว่าพระท่ากระดานของจังหวัดกาญจนบุรี ศิลปะจะเป็นของอยุธยา ผิดกับพระท่ากระดานของกาญจนบุรี ซึ่งเป็นศิลปะแบบอู่ทอง แต่ไม่ว่าจะเป็นพระท่ากระดานของเมืองไหนก็ตาม ด้านพุทธคุณถือว่ายอดเยี่ยมพอๆกันเลยทีเดียว Credit : เค สระบุรี

กาฝาก เครื่องรางของขลังจาก “วิมานเทวดาตกสวรรค์”

หลายคนอาจจะเคยเห็นต้นไม้ที่มีรากเป็นตะปุ่มตะป่ำ เกาะอาศัยบนกิ่งไม้ใหญ่กันมาบ้าง  หรือบางคนก็อาจจะพบเจอมันเกาะอยู่บนต้นมะม่วงในบ้านและอาจพบเห็นโดยง่ายตามไม้ยืนต้นทั่วไป  ตามคติความเชื่อตำนานที่เล่าขานถึงต้นกาฝากนั้น  จะถือว่ากาฝากเป็นวัตถุทนสิทธิ์ชนิดหนึ่ง  คือมีอาถรรพ์หรือพลังงานในตัวเอง  มีความขลังศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้วโดยไม่ต้องปลุกเสก เฉกเช่นเดียวกับกะลาตาเดียว  หรือ “คต” ชนิดต่าง ๆ  สำหรับตำนานที่มาของกาฝากนั้น  ตามสายความเชื่อหนึ่งเชื่อว่า  กาฝากนั้นคือที่สถิตของเทวดาที่ทำผิดกฎของสวรรค์หรือชดใช้เศษกรรมบางอย่างตามบัญชาของสวรรค์  โดยให้มาเกิดในโลกมนุษย์ในฐานะเทพารักษ์ชนิดหนึ่งโดยสถิตบนกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ แทนที่จะสถิตในต้นไม้ใหญ่  จึงมาบังเกิดเป็นต้นกาฝากแทน และถือว่าต้นกาฝากนั้นคือวิมานของเทวดาเหล่านั้น  ที่มาของคุณวิเศษ ของกาฝากในฐานะของเครื่องรางของขลังนั้น  คาดว่าอาจเกิดจากการที่คนโบราณสังเกตว่า กาฝากสามารถเกาะและดูดกินสารอาหารจากต้นไม้ใหญ่ได้ โดยที่ตัวมันเองเจริญเติบโตขึ้นแต่ต้นไม้ใหญ่กลับทำอะไรกับเจ้ากาฝากไม่ได้เลย  จึงนำสิ่งที่สังเกตเห็นมาสร้างเป็นกลอุบายทางไสยศาสตร์ สร้างเป็นเครื่องรางของขลังด้านเสน่ห์เมตามหานิยม  โภคทรัพย์  เสมือนกาฝากที่คอยเกาะเกี่ยว อิงแอบผู้หลักผู้ใหญ่ ขอความเมตตาเพื่อให้ตัวเองเจริญก้าวหน้าขึ้นโดยผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่อาจขัดขวางมีแต่มอบความเมตตาให้นั่นเอง วิธีการนำกาฝากมาเป็นวัตถุมงคลนั้น  ให้ตัดต้นกาฝากพร้อมกิ่งต้นไม้ที่มันเกาะอาศัยนำมาตากผึ่งลมให้แห้ง  เตรียมทอง  ผ้าสามสี  สีผึ้งหรือน้ำมันจันทน์  พร้อมค่าครูนำไปหาครูอาจารย์ ผู้มีวิชาในการเสกสร้างของขลังจากกาฝาก ให้ลงอักขระเลขยันต์เพื่อบอกกล่าวเทวดาที่สถิตในต้นกาฝากให้รับรู้ ว่าเราคือเจ้าของต้องช่วยเหลือสร้างโชคลาภให้  จากนั้นปิดทองและผูกผ้าสามสีเป็นอันเสร็จพิธี  บูชาด้วยธูป 9 ดอก และน้ำแดงเมื่อจะขอพร สำหรับใครที่ต้องการทราบว่าแท้จริงแล้วกาฝากที่ตนเองได้มา มีสรรพคุณเด่นด้านอะไรกันแน่  อย่างแรกให้ดูว่ากาฝากที่นำมาทำเป็นเครื่องรางของขลังนั้นเกิดบนต้นไม้อะไร  สมมุติว่าเกิดบนต้นขนุน  ก็จะตีความได้ว่ามีคุณเด่นด้านเมตตา มีคนใหญ่คนโตผู้หลักผู้ใหญ่คนเอ็นดูสนับสนุนผลักดันเหมือนกับคำว่า “ขนุน” นั่นเอง  และต่อมาให้ดูว่ากาฝากนั้นเป็นกาฝากชนิดอะไร  โดยดูที่ใบต้นกาฝากว่าใบเหมือนต้นไม้ชนิดใด  […]

เคล็ดลับการบูชาพระในบ้านให้เกิดความมงคลสูงสุด (ตอนที่ 1)

ชาวพุทธในประเทศไทยเรานั้นมีคดิความเชื่อในการสักการะพระพุทธรูปในบ้านเรือนของตนเองในฐานะสิ่งศักดิ์คุ้มครองบ้านเรือนบ้าง  ในฐานะอุเทสิกเจดีย์เพื่ออุทิศพระพุทธเจ้าบ้าง  ในฐานะพุทธานุสสติให้เกิดสมาธิกรรมฐานบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นในฐานะไหนก็เป็นประเพณีที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน  แต่ด้วยผ่านกาลเวลามานานจึงทำให้ขั้นตอนหรือวิธีการในการสักการะบูชาสูญหายหรือผิดเพี้ยนไปบ้าง  จึงทำการรวบรวมจากเอกสาร คำบอกเล่าของผู้รู้ต่าง ๆ เป็นเคล็ดลับในการบูชาเพื่อให้ผลความมงคลสูงสุด ดังนี้ 1.จัดวางพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ถูกต้องตามลำดับศักดิ์ตามธรรมเนียมนิยม      โดยปกติแล้วผู้คนในสังคมเรามักมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทวรูปอื่นนอกจากพระพุทธรูปอยู่แล้ว  และส่วนมากก็มักนำขึ้นหิ้งทั้งหมดเพราะคิดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน  จึงมักจะประสบปัญหาแปลก ๆในบ้านหรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน  เพราะวางพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผิดลำดับศักดิ์  ซึ่งอาจทำให้ดวงวิญญาณหรือพลังงานที่สถิตในพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โกรธเคืองได้  เพราะมีคติความเชื่อว่าพระพุทธรูปย่อมมีเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่  ดังนั้นในหิ้งพระบูชาจึงควรจัดลำดังการวางจากบนสุดล่าง ดังนี้ -พระพุทธรูป -รูปปั้นรูปหล่อหรือรูปเคารพพระสงฆ์หรือเกจิ -เทวรูปหรือรูปเคารพเทพอื่นจากต่างศาสนา เช่น เทพฮินดู เทพจีน พระคริสต์ไม้กางเขน (ถ้ามีพื้นที่จำกัด อาจตั้งรวมกับรูปปั้นรูปหล่อหรือรูปเคารพพระสงฆ์หรือเกจิก็ได้) -รูปปั้นรูปหล่อของพระมหากษัตริย์ -รูปปั้นเทวดา นางกวัก กุมารทอง ผ้ายันต์เครื่องรางของขลังสายขาว เช่น เชือกประกำช้าง คชกุศ ข้องมงคล แคนมงคล ฮู้เทพ ฮู้เซียน ผ้ายันต์ของหมอธรรมพื้นบ้าน -เครื่องรางของขลังสายล่าง เช่น ผ้ายันต์ม้าเสพนาง งั่ง เป๋อ เหรียญปากผี น้ำมันพราย      ทั้งนี้สามารถตั้งหิ้งแยกกันได้เช่นกัน  โดยแยกเป็นกลุ่มตามลำดับศักดิ์ที่กำหนดไว้ข้างต้น  และหากเป็นรูปเคารพบรรพบุรุษนั้นควรตั้งแยกต่างหาก  ไม่ควรตั้งรวมกับหิ้งพระ  […]

สระแก้ว – “เจ้าพ่อพระปรง” (บ้านหนองผูกเต่า)

ศูนย์รวมใจของชาวบ้านจังหวัดสระแก้ว ศรัทธาและนับถือผูกโยงกับประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมามากกว่า 48 ปี เจ้าพ่อมีนามเดิมว่า “หลวงเดชาศิริ” อดีตเป็นนายด่านรักษาการณ์อยู่ชายแดนเขตนี้ เป็นผู้มีความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว เป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไป มีสหายคู่ใจ นายเสือกับนายสิงห์ปัจจุบันเจ้าพ่อเสืออยู่ที่แควหนุมาน และเจ้าพ่อสิงห์อยู่จังหวัดจันทบุรี เมื่อมีผู้มาอธิษฐานขอพรแล้วประสบความสำเร็จสมความปรารถนาจึง มีผู้คนเลื่อมใสศรัทธา มีผู้คนมากราบไหว้และมาแก้บนทุกๆวันไม่ขาดสาย ศาลเจ้าพ่อพระปรงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่ชุมชนลุ่มน้ำอย่างยาวนานตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร หมายเลข 33 สุดเขตอำเภอกบินทร์บุรี องค์ท่านมีอำนาจเด็ดขาด มีผู้คนทุกระดับกราบไหว้สักการบูชา บนบานศาลกล่าว มักจะได้สมความปรารถนา ศาลเดิมตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของถนนสุวรรณศรสายเก่า ปัจจุบันยังมีหลักฐานอยู่ เมื่อปี พ.ศ.2497 หลวงบูรกรรมโกวิท ได้ทำนุบำรุงศาลเก่าขึ้นมา ซึ่งศาลเก่าได้ชำรุดไปแล้ว คงเหลือแต่รูป ติดก้อนศิลายังอยู่ ต่อมามีความเจริญมากขึ้นมีการตัดถนนสุวรรณศร สายใหม่เมื่อ พ.ศ.2513 มีท่านผู้มีจิตศรัทธาจากจังหวัดจันทบุรี ซื้อที่ดินจำนวน 1 งาน เพื่อสร้างศาลทางทิศใต้ถนนสู่วรรณศร ชาวบ้านได้ช่วยกันพัฒนาและจัดงานประเพณีประจำปีเพื่อเป็นการสักการะบูชา ได้เรียนเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาในองค์ท่านมาร่วมงานทุกปี เนื่องจากที่ตั้งศาลเก่ามีบริเวณไม่เพียงพอกับจัดพิธีการดำเนินงานต่าง 1 ซึ่งในอนาคตประชาชนให้ความเคารพ และศรัทธาในองค์เจ้าพ่อพระปรงมากขึ้น คณะกรรมการดำเนินงานจึงได้ประชุมหารือ เพื่อจัดหาสถานที่ก่อสร้างให้เหมาะสมต่อไป และได้รับความกรุณาจากท่านประธานและคณะกรรมการมูลนิธิสัจจะพุทธธรรม (แห่งประเทศไทย ทางอำเอกบินทร์บุรีประกอบพิธีบูชาอัญเชิญท่านโป๊ยเขียนโจวฮือ มาชี้สถานที่ก่อสร้างใหม่ใด้รับความอุปถัมภ์จากมูลนิธิพุทธสมาคมพุทธสิหิงค์จังหวัดฮลบรี ได้เรียนแบบกรมศิลป์ในการก่อสร้างอาคารศาลให้สง่างาม ทางกรมโยธาธิการจังหวัดปราจีนบุรีสำรวจพื้นที่ก่อสร้างเพื่อความคงทนถาวร จึงได้ประกอบวางศิลาฤกษ์และได้ดำเนินการก่อสร้างโดยได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากฝ่ายราชการ […]

พระร่วงยืนปางประทานพร เนื้อชินเงิน กรุวัดเขาพนมเพลิง จ.สุโขทัย

“ เขาพนมเพลิง ” ตั้งอยู่ในเขต อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย บนเขาพนมเพลิงเป็นที่ตั้งของ “วัดเขาพนมเพลิง”  สร้างมาตั้งแต่ตอนสร้างเมือง “ศรีสัชนาลัย” เขาพนมเพลิงปรากฏในพงศาวดารเหนือตอนที่เกี่ยวกับการสร้างเมืองสวรรคโลก (ศรีสัชนาลัย) โดยกำหนดให้เขาพนมเพลิงอยู่กลางเมืองและได้สร้างวัดไว้บนเขาพนมเพลิง จากประวัติในพงศาวดารดังกล่าวหมายถึง เคยมีการใช้เขาพนมเพลิงเป็นแหล่งประกอบพิธีบำเพ็ญพรต แล้วจุดอัคคีบูชาเทวะเป็นเจ้า โดยกำหนดให้วัดเขาพนมเพลิงเป็นชัยภูมิของการสร้างเมืองให้โดดเด่นนั่นคือเป็นการสร้างเมืองศรีสัชนาลัยที่โอบล้อมภูเขานี้ไว้ใจกลางเมือง เพื่อให้เป็นชัยภูมิอันเหมาะสมยิ่งในการประกอบพิธีดังกล่าว  พระร่วงยืนปางประทานพร เนื้อชินเงิน พิมพ์เล็ก กรุวัดเขาพนมเพลิง องค์ที่นำมาจัดแสดงนี้ ความสูงของพระ สูง 4 เซนติเมตร กว้าง 2 เซนติเมตร เป็นพระสภาพเดิมๆ องค์นี้คราบปรอทเดิม พุทธคุณความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณเชื่อว่า มีคุณทางเจริญด้วยโชคลาภ มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง ปกป้องคุ้มครองให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขและคงกระพันชาตรีเป็นเลิศ เป็นพระอีกหนึ่งพิมพ์ในกรุนี้ที่มีความงดงาม มีเส้นสายลายลักษณ์แฝงไปด้วยพลังความเข้มขลัง สมกับความเป็นพระเนื้อชิน เนื้อพระมีปริ ระเบิดบ้างตามธรรมชาติของพระเนื้อชิน  มีร่องรอยสนิม และการจับตัวของโลหะที่เป็นมาแต่เดิมในกรุ ทำให้ง่ายต่อการพิจารณาเก๊ – แท้  พุทธศิลป์สกุลช่างสุโขทัย เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นสกุลช่างที่มีความอ่อนช้อย งดงามในการสร้างสรรค์งานศิลป์  ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธปฏิมา พระพิมพ์ พระเครื่องต่างๆ กรุเขาพนมเพลิง เป็นกรุที่ค้นพบพระเครื่องที่มีจำนวนมากพอสมควรกรุหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย สนนราคาค่านิยมในปัจจุบันยังพอจับต้องได้ในพระบางพิมพ์ ซึ่งพระกรุนี้คู่ควรแก่การอนุรักษ์สะสมยิ่งนัก Credit : ภาพ ศูนย์พระเมืองศรีสัช

อู่ทองบัวขีด เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง กรุเขาชนไก่ กาญจนบุรี

เขาชนไก่ ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดร้างที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พระที่แตกกรุออกมามีด้วยกันมากมายหลายพิมพ์ พระเครื่องที่มีชื่อเสียงของกรุนี้ได้แก่ พระขุนแผน และพระขุนแผนสะกดทัพ พระทั้งหมดทำด้วยเนื้อตะกั่ว สนิมแดงเข้มมาก จัดได้ว่าพระกรุนี้ มีพุทธคุณไม่แพ้พระกรุของเมืองอื่นๆ ของจังหวัดกาญจนบุรีเลยทีเดียว ปริมาณที่แตกกรุออกมามีมากพอสมควรปัจจุบันยังพอมีหมุนเวียนแลกเปลี่ยนในหมู่นักนิยมสะสมและยังหาดูได้ไม่ยากนัก สนนราคาค่านิยมยังพอจับต้องได้ ด้านพุทธคุณนั้นเด่นทางแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ดังเช่นพระเครื่องแห่งเมืองนักรบทั่วไป Credit : ภาพ เพชร พศิษฐ์

พระพิมพ์มเหศวร เนื้อชินเงิน พิมพ์เล็ก กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

พระพิมพ์มเหศวร ได้ปรากฏหลักฐานว่าขุดพบที่พระปรางค์องค์ใหญ่ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อปี พ.ศ.2456 โดยพระยาสุนทรบุรีศรีพิชัยสงคราม เดิมชื่อนายฮะอี้ หรือ อี้ นามสกุล กรรณสูต เจ้าเมืองสุพรรณบุรีในขณะนั้น ได้สั่งให้มีการเปิดกรุ อย่างเป็นทางการ เพราะปรากฏมีคนร้ายลักลอบขุดพระปรางค์องค์ใหญ่ อยู่บ่อยครั้งซึ่งได้ พบพระบูชาและพระเครื่องมากมายหลายพิมพ์ แม้แต่พระพุทธรูปและเครื่องทองคำก็มีไม่น้อย นอกจากนี้ยังพบแผ่นลานเงิน แผ่นลานทอง ซึ่งได้บันทึกจารหลักฐานไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ทราบว่า ในปี พ.ศ.1890 สมเด็จพระบรมราชาธิบดีที่ 1 ทรงมีศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา ได้ทรงอัญเชิญพระมหาเถร – ปิยะทัสสีสารีบุตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระฤาษีทิวาลัยเป็นประธาน ฝ่ายฤาษี ร่วมกันสร้างพระพุทธปฏิมากร เพื่อเป็นการสืบศาสนา ซึ่งพระยาสุนทรบุรี ยังได้นำพระครื่องส่วนหนึ่งขึ้น ทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเก้าเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวเสด็จประภาสอนุสรณ์ดอนเจดีย์ซึ่งเป็นระยะเวลาเดียวกันนั้น พระพิมพ์มเหศวร เป็นพระเครื่องศิลปะอู่ทอง นับเป็นพระพิมพ์ที่สำคัญและได้รับความนิยมสูงสุด เป็นสุดยอดพระกรุเมืองสุพรรณ หนึ่งในพระชุดเบญจภาคี พระยอดขุนพลเนื้อชิน ยอดเยี่ยมด้านคงกะพันชาตรี “พระมเหศวร” จัดได้ว่าเป็นพระที่มีพิมพ์ลักษณะแปลกพิมพ์หนึ่งของพระเครื่องเมืองไทย ที่ขุดพบในกรุแห่งนี้ สันนิษฐานว่าเป็นพระที่สร้างโดยพระมหากษัตริย์เมืองอู่ทอง เนื้อหามวลสาร พระมเหศวร เป็นพระเนื้อชินเงิน หรือ […]

พระพิมพ์นาคปรก กรุวัดบันไดหิน เนื้อชินเงิน พิมพ์ฐานสูง จ.ลพบุรี

วัดบันไดหิน ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟลพบุรี ถนนรอบวัดพระธาตุ อำเภอ เมืองลพบุรี จังหวัด ลพบุรี สร้างในสมัยพระนารายณ์มหาราช สิ่งก่อสร้างในวัดมีวิหาร ซึ่งเหลือแต่ผนังเพียงสองด้าน มีประตูหน้าต่างวงโค้งแหลมคล้ายกลีบบัว ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมที่ได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรแล้ว มีการขุดพบกรุพระศิลปะ ลพบุรี เป็นพระเครื่องเนื้อชินเงิน โดยมากเป็นพระหลวงพ่อจุก ฐานเตี้ย – พระนาคปรก, พระแผงตรีกาย สันนิษฐานว่าราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2475 หากกล่าวถึงสุดยอดพระนาคปรกแห่งเมืองลพบุรี ซึ่งบรรดาผู้นิยมสะสมพระเครื่องให้ความสำคัญเป็นเบอร์ต้นๆ 3 อันดับ ทั้งความหายาก พุทธศิลป์ และพุทธคุณ ต้องยกให้ พระนาคปรก กรุวัดปืน ,พระนาคปรกกรุ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ,พระนาคปรก กรุวัดบันไดหิน ที่มีพุทธลักษณะองค์พระค่อนข้างเพรียวชะลูดประทับนั่งบนบัลลังก์นาคฐานสูง ซึ่งหากนำพระนาคปรกทั้ง 3 กรุมาวางเปรียบเทียบกันจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเลยทีเดียว แม้พุทธศิลป์จะด้อยกว่าพระนาคปรกของสองกรุแรก พระนาคปรกกรุวัดบันไดหิน ขุดพบที่บริเวณวิหารหรืออุโบสถของวัดบันไดหิน ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของสถานีรถไฟลพบุรี ทำให้สันนิษฐานกันว่า แต่เดิมวัดบันไดหินน่าจะ ต้องอยู่ในปริมณฑลเดียวกันกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง พระพิมพ์ที่พบมีมายมากหลายพิมพ์ทรง […]

พระลีลาอกเล็ก เนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเมืองที่พบกรุพระมากที่สุดจังหวัดหนึ่งของไทย และพระเครื่องกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี นี้ถือว่าเป็นกรุพระที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศในกรุเดียวกันนี้มีพระเครื่องที่อยู่ในชุดเบญจภาคีถึง 2 ชนิด 2 แบบด้วยกัน คือพระพิมพ์มเหศวร ซึ่งเป็นชุดเบญจภาคีในชุดยอดขุนพลเนื้อชิน และพระผงสุพรรณ ซึ่งเป็นชุดเบญจภาคีในชุดเนื้อดิน ด้านพระพุทธคุณเป็นที่เชื่อถือกันมาแต่โบราณ พระองค์นี้เป็นพระพิมพ์ลีลาอกเล็ก ที่มีศิลปะสวยงาม ในหมวดพระพิมพ์ลีลาอกเล็ก ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ เป็นพระเนื้อชินเงิน ดูง่ายตามแบบอย่างพระเนื้อชินเงินของกรุนี้ ธรรมชาติความเป็นพระแท้เบสิคครบถ้วน เพียงขาดความสวยสมบูรณ์ไปนิดเนื่องจากถูกเลี่ยมแบบเปิดหน้า – ใช้มาแต่อดีต สภาพโดยรวมกำลังน่ารักไม่หักไม่ซ่อม มีเพียงการเทไม่ติดที่บริเวณใกล้กับแขนขวาแต่ไม่โดนแขน เป็นมาแต่เดิมในกรุ เป็นอีกพิมพ์หนึ่งที่น่าใช้มากท่านนอนมาด้วยกันกับ พระผงสุพรรณ และพระมเหศวร เนื้อหาจึงเหมือนกับพระมเหศวร ไม่ผิดเพี้ยนบอกได้ว่าพระทุกพิมพ์ของกรุนี้ มีพุทธคุณเหมือนกันซึ่งเรียกได้ว่าเป็นที่สุดในทุกด้าน นรสิงห์ พันตา

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ