พญากาสัก ไม้มงคลและสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีใบใหญ่คล้ายใบต้นสัก มีรากสะสมอาหารสามารถใช้เข้าตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในสมัยโบราณ ว่ากันว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะเป็นมหาอำนาจเมตตา มีแต่คนเข้าหาเช่นคนใหญ่คนโต มีอีกชื่อหนึ่งว่า”หุบเสือนอน” ด้วยเพราะใบมีขนาดใหญ่มาก จึงสามารถบังแดดบังฝนในป่าได้เป็นอย่างดี จึงมักมีเสือใช้เป็นที่หลบนอน ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเป็นช่วงที่พญากาสักออกดอกและติดผล โดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือนผลจึงสุกเป็นสีม่วง หลายท่านอาจเคยเห็นว่าต้นไม้ชนิดนี้ติดผลมาก แต่กลับนำเมล็ดมาเพาะแล้วไม่ขึ้นสักต้น บางท่านอาจเสียเงินสั่งซื้อเมล็ดมาเพาะจนช้ำใจ แท้จริงแล้วที่เป็นแบบนั้นเพราะ”เป็นพืชที่เมล็ดมีอัตราการงอกต่ำและมีระยะฟักตัวของเมล็ดยาวนานมาก” โดยมีอัตราการงอกประมาณ 10-30% เท่านั้น และใช้เวลาฟักตัวถึง 1-2 ปีกว่าจะงอก แล้วมักจะงอกในฤดูฝนเป็นหลัก ซึ่งไม่เกี่ยงว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีแดดจัดหรือพื้นที่แดดรำไรไปจนร่ม ขอเพียงได้รับความชื้นอย่างสม่ำเสมอก็เพียงพอที่จะมีโอกาสงอกได้ ดังนั้นหากต้องการจะเพาะเมล็ดพืชชนิดนี้ ก็ทำเพียง”โรยเมล็ดลงดิน แล้วรดน้ำไปเรื่อย ๆโดยไม่คาดหวังอะไรเป็นเวลา 1-2 ปี” หวังว่าทุกท่านจะรอได้ ภาพและข้อมูลโดย ว่าที่ร้อยตรีเพชรายุทธ ทรงชุ่ม ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาครและเกษตรกร
Author Archives: admin
บทความนี้จะเป็นบทความสั้น ๆ เกี่ยวกับการเพาะเมล็ดพืชผักสวนครัว ซึ่งในที่นี้ คือ มะเขือเทศ ที่หลายท่านอาจเคยเพาะโดยการเตรียมดินแล้วโรยเมล็ด จากนั้นก็นำไปไว้ในที่ที่มีแดดรำไรแล้วรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นแบบการเพาะเมล็ดพืชผักสวนครัวชนิดอื่น ๆ แต่สุดท้ายเมล็ดมะเขือเทศที่เพาะไว้กลับไม่ค่อยงอกหรืองอกเพียงไม่กี่ต้น แล้วต้นที่งอกก็มักจะอ่อนแอตายง่าย บ้างก็แคระแกรนไม่เจริญเติบโต ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเกิดจากปัญหา”การไม่เข้าใจธรรมชาติของมะเขือเทศดีพอ” แท้จริงแล้ว”เมื่อเพาะเมล็ดแล้ว จะต้องวางไว้กลางแจ้งให้โดนแดดจัด เมล็ดมะเขือเทศจึงจะงอกและเจริญเติบโตแข็งแรงดี” ไม่ต้องกลัวว่าแดดจะเผาจนตายหากรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็จะได้มีมะเขือเทศไว้บริโภคในบ้านนำไปทำอาหารเมนูต่าง ๆ ได้มากมาย ทั้งนี้นอกจากมะเขือเทศแล้ว ยังมีมะเขือพวงอีกชนิดนึงที่ใช้วิธีการเพาะเมล็ดแบบนี้เช่นกัน ภาพและข้อมูลโดย ว่าที่ร้อยตรีเพชรายุทธ ทรงชุ่ม ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาครและเกษตรกร
น้ำหมักชีวภาพ คือการนำเชื้อจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายวัตถุอินทรีย์และไม่เป็นพาหะก่อโรคมาทำการขยายจำนวนเชื้อด้วยการเลี้ยงในอาหารที่จุลินทรีย์ชนิดนั้นชอบ แล้วจึงนำไปใช้ประโยชน์ในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งสูตรน้ำหมักชีวภาพสูตรนี้ เป็นการประยุกต์จากการทำน้ำหมักชีวภาพจากเชื้อจุลินทรีย์ EM โดยมีวัตถุดิบส่วนผสม ดังนี้ -กากน้ำตาล 1 ส่วน (ใช้น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลทรายแดงแทนได้ แต่ต้องเพิ่มอัตราส่วนเป็น 3 ส่วน) -เชื้อจุลินทรีย์ 1 ส่วน -น้ำเปล่า 20 ส่วน -เศษอาหารหรือวัสดุอินทรีย์เหลือทิ้ง 1-6 ส่วน (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) -ถังสำหรับบรรจุแบบมีฝาปิด (หากไม่มีฝาปิดให้ใช้ถุงขยะชนิดหนาปิดแทนก็ได้) วิธีการทำ 1.เทกากน้ำตาลและน้ำบางส่วนผสมในถังสำหรับบรรจุแบบมีฝาปิดแล้วคนให้เข้ากันจนกากน้ำตาลละลาย หากใช้น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลทรายแดงแทนกากน้ำตาล ต้องใช้ตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้ข้างต้น เพราะมีความเข้มข้นของน้ำตาลและสารอาหารน้อยกว่ากากน้ำตาล จึงต้องเพิ่มสัดส่วนให้จุลินทรีย์มีอาหารเพียงพอ 2.ผสมเชื้อจุลินทรีย์ที่เตรียมไว้กับน้ำที่ผสมกากน้ำตาลแล้ว ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวสามารถหาจากในบ้านได้ โดยหาได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น -หน่อกล้วยที่ตัดในช่วงเช้ามืด(เป็นจุลินทรีย์หน่อกล้วย) -ดินจากบริเวณพืชในบริเวณบ้าน โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว เช่น แค โสน ถั่วพู มะขาม มะขามเทศ -ดินจากกอไผ่ -ดินที่เกิดจากการย่อยสลายของเศษไม้ใบหญ้า -จาวปลวก -หน้าดินบริเวณที่โดนแสงสว่างหรือมีตะไคร่น้ำเกาะ -ดินโคลนในบ่อหรือร่องสวนหรือร่องน้ำ -ดินในบริเวณที่มีมูลหรือไขขี้ฟอดของไส้เดือนดิน -น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือในบ่อหรืออ่างปลาที่มีสีเขียวหรือออกสีเหลือง มีความใส […]
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง คือ จุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรียที่มีความสามารถในการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารได้ ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติในการย่อยสลายแร่ธาตุในดินทำให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้น บางกลุ่มช่วยในการการตรึงธาตุไนโตรเจนลงในดิน อาจช่วยกระตุ้นรากพืชให้แตกขยายได้รวดเร็วและควบคุมจุลินทรีย์ไม่ดีไม่ให้ขยายตัวจนเป็นปัญหา ซึ่งจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนั้นมีหลายสี ทั้งแดง ม่วง น้ำตาล สามารถใช้งานร่วมกับปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพที่หมักด้วยกากน้ำตาลได้ดีอีกด้วย เพราะมีคุณสมบัติเป็นด่าง อันเป็นสภาวะตรงข้ามกับน้ำหมักด้วยกากน้ำตาลที่มีคุณสมบัติเป็นกรด สำหรับการเพาะขยายจุลินทรีย์สังเคราะแสงนั้นทำได้ง่ายมาก ในที่นี้จะแนะนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจาก 2 แหล่ง คือ ซื้อมากับหามาจากธรรมชาติ -แบบซื้อมา สามารถหาซื้อได้จากผู้ค้าทั่วไป ส่วนมากมักจะมีสีม่วงเข้มหรือสีแดงเข้ม เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว จึงสามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว -แบบหามาจากธรรมชาติ คือ การนำจุลินทรีย์จากน้ำในธรรมชาติ น้ำบาดาล หน้าดิน โคลนเลน ดินบริเวณที่โดนแสงหรือบริเวณรากต้นไม้ มาทำการขยาย มีข้อดีคือทนต่อสภาพแวดล้อมที่ใช้งานได้ดี เพราะเป็นจุลินทรีย์ท้องถิ่น ส่วนมากจะมีสีแดงเรื่อหรือสีน้ำตาล นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ได้มาใส่ในขวดขนาด 1.5-2 ลิตร จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟองพร้อมเปลือก เขย่าให้เข้ากันแล้วเติมน้ำจนเกือบเต็มปิดฝาหลวม ๆ ไปวางตากแดดทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ เชื้อก็จะเริ่มขยายและเจริญเติบโต สูตรนี้จะใช้แค่ไข่จะไม่ใส่น้ำปลาหรือกะปิหรือผงชูรสเพราะอาจจะเพิ่มเกลือให้ความด่างเพิ่มมากจนเป็นอันตรายต่อพืชได้ รวมถึงประหยัดต้นทุน เมื่อใช้งานให้ผสมอัตรา 1:1000 (1 ช้อนโต๊ะ […]
วันที่ 7 ธ.ค. 67 คณะกองบรรณาธิการ นสพ.มติรัฐ โดยมี นายสัณพงศพร ผลพิทักษ์ พร้อมทีมสื่อมวลชนและสื่อมวลชนอาสาภาคประชาชน เดินทางเข้ากราบนมัสการ หลวงพ่อพระมหาประกอบ ธัมมชีโว ณ วัดป่ามหาไชย จ.สมุทรสาคร เพื่อรับมอบ สิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ซึ่งทางวัดได้จัดไว้ให้ เพื่อนำไปส่งมอบให้กับ สมาคมสื่อภูมิภาค จังหวัดชุมพร และ สำนักงานอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางกองบรรณาธิการได้ จัดกิจกรรม “ปันสุข สู่ฝัน” กำหนดการเดินทางส่งมอบ ในวันที่ 13 – 14 ธ.ค. 67 นี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงาน
วันที่ 6 ธ.ค.67 เมื่อเวลา 15.01 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ ห้องกานดา ฮอลล์ โรงแรมบียอนด์ กะตะ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรการจัดงานฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรการจัดงานฯ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ และกราบบังคมทูลเบิก พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเควินรอเบิร์ต วิทคร๊าฟท์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กราบบังคมทูลเบิก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เข้ารับรางวัลชนะเลิศ ในนามทีมเรือใบวายุ และเบิกผู้ชนะการแข่งขัน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรางวัลต่างๆ และผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขัน ฯเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโล่ที่ระลึกตามลำดับ ต่อจากนั้น […]
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2040 ที่ผ่านมา นาย ดำรงชัย ปานจุ้ยเจริญดี นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการเสวนาปัญหาต่างๆของทางสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย โดยคำนึงถึงปัญหาการประชาสัมพันธ์ที่ทางสามาคมฯยังไม่มีผู้ที่มีความสามารถในทำการประชาสัมพันธ์อย่างมืออาชีพที่แท้จริง ดังนั้น นาย ดำรงชัย ปานจุ้ยเจริญดี นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย จึงได้นำเสนอเรียนเชิญคอลัมนิสต์อาวุโส “หมึก มายา” หัวหน้าข่าวบันเทิง BANGKOK TODAY ONLINE และ แนวหน้า ออนไลน์ เข้ารับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ (ฝ่ายประชาสัมพันธ์)ให้ทางสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายจักรพงษ์ จันทะวงษา เป็นที่ปรึกษาเข้าร่วมทำงานประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆให้กับทางสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย cr.เสาร์แก้ว คำพิวงค์ ผู้สื่อข่าวภาคสนามรายงาน 087-719-9429
ประมวลภาพพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ในวันอังคารที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ พระลานพระราชวังดุสิต Credit : กองบัญชาการกองทัพไทย
ในปัจจุบันประเทศไทยเป็นแหล่งลงทุนของนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะ นักลงทุนชาวจีนแผ่นดินใหญ่และจีนไต้หวัน โดยเฉพาะ”ภาคอุตสาหกรรม” ที่สร้างเม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำจากอุตสาหกรรมบางอย่างที่ไม่สามารถดำเนินการได้ในประเทศจีนหรือไต้หวัน เพราะติดปัญหาด้านกฎหมายและปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงก่อเกิดปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อมมากมายตามมา เช่นเรื่องโรงหล่อโลหะ ปล่อยควันพิษ กากแคดเมียม โรงงานรีไซเคิล (Recycle) ขยะ และปัญหาเรื่องกากอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่เป็นทำเลที่ดีในการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยติดกับพื้นที่กรุงเทพฯ ใกล้กับท่าเรือคลองเตยและเครือข่ายรถไฟขนส่งอุตสาหกรรมไปภาคตะวันออก และเป็นพื้นที่ที่จัดอยู่ในโซนอุตสาหกรรมเพราะ ”เงิน ซื้อได้ทุกสิ่งในที่แห่งนี้”, หากจะสร้างโรงงานก็จำเป็นต้องซื้อที่ดินเป็นของตนเอง ดังนั้นกลุ่มทุนจีนเหล่านี้จึงมักติดต่อ ”นายหน้าค้าที่ดินสำหรับคนจีนโดยเฉพาะ” ซึ่งขบวนการนี้มี ”เจ้าหน้าที่ของรัฐ” อยู่ในขบวนการด้วย โดยปกติที่ดินที่จะสร้างโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างน้อยจะต้องเป็นพื้นที่สีเหลืองขึ้นไป เพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องจักรตามกำลังที่กฎหมายกำหนดและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน โดยเฉพาะเสียงที่เกิดจากเครื่องจักรและมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ แต่ขบวนการนี้กลับไม่สนเรื่องนี้ แล้วหลอกขายที่ดินใน ”พื้นที่สีเขียว” ที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมทั้งที่รู้ว่ามันสร้างโรงงานไม่ได้ ซึ่งกลุ่มทุนจีนก็มักไม่รู้ถึงเรื่องนี้ จึงซื้อที่ดินดังกล่าวเอาไว้เนื่องจากมีราคาถูก ก่อนที่จะรู้ความจริงในภายหลัง พอถึงขั้นนี้แล้วขบวนการดังกล่าวก็จะเสนอตัว ”คุยกับผู้มีอำนาจในภาครัฐ เพื่อจ่ายใต้โต๊ะให้ได้ใบอนุญาตสร้างโรงงาน” โดยคิดค่าดำเนินการหลักหลายแสนบาท กลุ่มทุนเหบ่านี้ก็ต้องยอมจ่ายค่าเคลียร์ทางดังกล่าวให้กลุ่มนายหน้า ไปดำเนินการเคลียร์กับผู้มีอำนาจในพื้นที่ เพื่อให้สร้างโรงงานในพื้นที่สีเขียว ที่ได้ซื้อที่ดินเอาไว้แล้ว(ซึ่งส่วนมากจะอยู่กลางชุมชน) ให้แล้วเสร็จจะได้ไม่ขาดทุน ทำให้กลุ่มนักลงทุนชาวจีน กลายเป็นจีนเทาทำผิดกฎหมายโดยสมบูรณ์ ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้อยากทำ แต่จำใจต้องทำไม่งั้นก็จะขาดทุน โดยกลุ่มทุนจีนที่เป็นเหยื่อมักจะเป็นกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยไม่นานในพื้นที่บริเวณอำเภอกระทุ่มแบนและเขตติดต่อกับอำเภอเมืองสมุทรสาครนั่นเอง ฝากผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ช่วยมาสอดส่องและจัดการเรื่องนี้ก่อนที่จะเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและอาจสายเกินแก้ต่อไป บทความโดย ว่าที่ร้อยตรีเพชรายุทธ […]
“วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่” เหมือนพระดำรัสซึ่งเป็นพุทธพจน์ว่า “รตฺตินฺทิวา วีติปทนฺติ” วันและคืนมันก็ผ่านไปตามกาลเวลาของมัน ตรงนี้ไม่สำคัญ ที่สำคัญต้องคิดให้ได้ว่า “บัดนี้เราทำอะไรอยู่” คือทำอะไรอยู่ในขณะที่เราต้องหมุนเวียนอยู่ในภพชาติต่างๆ อันนี้คือแนะให้อยู่กับปัจจุบัน เป็นการประพฤติวัตรปฏิบัติธรรม เหมือนที่พวกเราทั้งหลายกำลังทำกันอยู่ในขณะนี้ อย่าได้ละปัจจุบัน หากให้ละอดีตและอนาคต อย่าละปัจจุบัน คำว่าปัจจุบันมันอยู่ภายในของการหมุนเวียน ชีวิตอินทรีย์มันจะผกผันไปอย่างไร ก็อย่าทิ้งปัจจุบัน เหมือนกับว่าเราจะหายใจเข้าสั้นหรือยาวประการใด ก็อย่าทิ้งปัจจุบัน ภพชาติที่หมุนเวียนไป จะกี่ภพกี่ชาติก็ตาม ปัจจุบันจะเป็นแกนกลางอยู่เสมอ การเข้าสู่ภาคปฏิบัติจึงมุ่งสู่การเป็นปัจจุบันให้ชัดเจน…ท่านผู้ฟังทั้งหลาย เมื่อพูดเช่นนี้ก็ดูเหมือนว่าตัวเราเองนี้ เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง จริงๆแล้วคือควรเป็นเช่นนั้น การได้สมบัติคือความเป็นมนุษย์นี้ เป็นสมบัติอันประเสริฐที่สุด แม้นใครต่อใครที่ปรารถนาอยากจะเกิดมาเป็นมนุษย์ มิใช่เรื่องง่ายๆเลย ดังพระพุทธภาษิตที่พระองค์ตรัสแก่พญานาคราช ซึ่งแปลงกายเป็นมาณพน้อยมาฟังธรรมกับพระองค์ พอฟังธรรมจบกลับไม่ได้บรรลุคุณธรรมพิเศษอันใด คงได้แค่ขอถึงไตรสรณคมน์เท่านั้น เพราะภพของท่านเป็นภพที่อาภัพจากมรรคผลนิพพาน พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “กิจฺโจ มนุสฺสปฏิลาโภ การได้สมบัติคือความเป็นมนุษย์เป็นเรื่องยาก” เพราะต้องอาศัยเหตุปัจจัยหลายๆอย่างมาประกอบกัน เพื่อให้ความเป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบ เมื่อได้ความเป็นมนุษย์แล้ว จึงถือว่าเป็นศูนย์กลางของภพภูมิ ที่ผู้เป็นมนุษย์นั้นจะเลือกเดิน ก็คือจะไปทางซ้ายหรือทางขวา จะเดินหน้าหรือถอยหลัง ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมนุษย์เอง นั่นหมายถึงว่าจะไปนรก คือภพภูมิที่ต่ำกว่าการเป็นมนุษย์ หรือจะไปสวรรค์คือภพภูมิที่สูงกว่าการเป็นมนุษย์ หรือว่าไม่ต้องการทั้งสองภพภูมินั้น เอาเพียงภพภูมิกลางๆนี้แล้วบำเพ็ญเพียรภาวนามุ่งต่อมรรคผลนิพพาน ความเป็นมนุษย์จึงเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง […]











