วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. หนุ่มใหญ่นั่งดื่มสุราหน้าอพาร์ตเม้นท์ บ่นพึมพำปมถูกแจ้งตำรวจเรื่องส่งเสียงดัง เพื่อนร่วมตึกเพิ่งย้ายมาใหม่ไม่พอใจ วิ่งปรี่ลงมาจากชั้น 2 ชักมีดจ้วงแทงหน้าท้องสาหัส เพื่อนร่วมวงเห็นท่าไม่ดีรุมกระทืบน่วม ล่าสุดเจ็บสาหัสเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่ คลิปวีดีโอจากชาวบ้าน จะเห็น ผู้บาดเจ็บที่ถูกแทง ( ถอดเสื้อ ) และ น้องของผู้บาดเจ็บ ( เสื้อน้ำเงิน ) กำลังกระทืบผู้ก่อเหตุ โดยที่ในมือของ น้องชายผู้บาดเจ็บ ในมือถือคล้ายอาวุธมีด โดยมี แม่กับลูกสาวผู้ก่อเหตุเข้ามาห้ามและขอให้หยุดทำร้าย จนลูกสาวของผู้ก่อเหตุต้องก้มลงกราบเท้า เพื่อชีวิตพ่อไว้ ศูนย์กู้ชีพปราการ ได้รับแจ้งทางสายด่วน 1669 ว่ามีคนถูกแทงบาดเจ็บสาหัสสองราย เหตุเกิดที่หน้าอพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่งในซอยเทพารักษ์ 82 ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานทีมกู้ชีพจาก โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.สำโรงเหนือไป ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุที่หน้าอพาร์ตเม้นท์ พบ ร่างของชายผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย […]
Category Archives: ข่าวภูมิภาค
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ วัดเกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎิ์ ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้มีการจัดพิธีต้อนรับและอ่านประกาศพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดชุมพร โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธี ภายในงานคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก หลั่งไหลมาร่วมพิธีและแสดงมุทิตาจิตอย่างเนืองแน่นเพื่อความเป็นสิริมงคล นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้เป็นผู้แทนอ่านประกาศพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช โดยมีใจความสำคัญระบุว่า อาศัยอำนาจตามกฎมหาเถรสมาคม และตามมติมหาเถรสมาคมในการประชุมครั้งที่ 14/2569 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 จึงทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งให้ พระครูบัณฑิตธรรมธาดา (ปัญญา) ฉายา ปญฺญาวโร อายุ 77 พรรษา 57 วิทยฐานะ น.ธ.เอก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎิ์ และรองเจ้าคณะจังหวัดชุมพร ให้ดำรงตำแหน่ง “เจ้าคณะจังหวัดชุมพร” โดยมีอำนาจหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ในเขตจังหวัดของตน ตามกฎุมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ เพื่อความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนาสืบไป ทั้งนี้ […]
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าแซะ เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด ใช้อาวุธมีดพกบุกเข้าไปภายในโรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก ก่อนหลบหนีออกไปก่อความวุ่นวายต่อบริเวณตลาดสดท่าแซะ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยโชคดีที่ช่วงเกิดเหตุโรงเรียนปิด จึงไม่มีนักเรียนหรือบุคลากรได้รับอันตราย หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ พร้อมตรวจยึดอาวุธมีดพกสั้นจำนวน 1 เล่ม จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายวัฒนา อายุ 45 ปี ชาวตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นที่รู้จักในสื่อสังคมออนไลน์ในชื่อ “บ่าววัฒน์ ชุมพร” ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลท่าแซะ เพื่อตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ โดยผลการตรวจเบื้องต้นและผลยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์ พบสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในปัสสาวะ เป็นผลบวก เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และอยู่ระหว่างดำเนินคดีในข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป เอกชนะ นวนละมัย รายงาน
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายอำเภอห้วยกระเจา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท กรีน เทค แอนติโมนี จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานประกอบกิจการถลุงแร่พลวง ในพื้นที่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า โรงงานดังกล่าวมีการกักเก็บกากแร่ผสมสารเคมี ซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิตไว้เป็นจำนวนมาก จนเกิดความกังวลว่าจะเกิดมลพิษรั่วไหลส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน จากการตรวจสอบภายในโรงงาน พบกากแร่ที่ผ่านกระบวนการถลุงแล้ว บรรจุอยู่ในถุงบิ๊กแบ็คหลายสิบถุง จัดเก็บอยู่ภายในอาคารระบบปิดอย่างมิดชิด นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่วันนี้สืบเนื่องจากข้อร้องเรียนเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อต้องการให้หน่วยงานท้องถิ่นและสื่อมวลชนได้เห็นข้อเท็จจริงร่วมกันว่า กากแร่ทั้งหมดถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยตามพระราชบัญญัติโรงงาน และพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ยืนยันว่าไม่มีการรั่วไหลออกไปภายนอกแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและจังหวัดกาญจนบุรีเน้นย้ำเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินคดีทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งกากแร่ไม่เป็นอันตรายประมาณ 2,000 ตัน และกากอุตสาหกรรมอันตรายประมาณ 600 ตัน ทั้งหมดรวมกว่า […]
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมอุทยานฯ เร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังรื้อถอนรีสอร์ทรุกป่า “ไร่รักษ์ฟ้า” ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มุ่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้ประชาชนเข้าถึงธรรมชาติได้ พร้อมเน้นย้ำต้องดำเนินทุกขั้นตอนตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ อย่างเคร่งครัด สืบเนื่องจากความคืบหน้ากรณีอุทยานแห่งชาติเอราวัณดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับ “ไร่รักษ์ฟ้า” รีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ในตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยกำชับว่าการดำเนินการในทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความถูกต้องและยั่งยืน นายสุชาติ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูงในการเป็นจุดท่องเที่ยว โดยจะมีการปรับปรุงให้เป็น “จุดชมวิวเอราวัณนครินทร์” ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเขื่อนศรีนครินทร์ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาเขียวขจีแบบ 360 องศา พร้อมสัมผัสบรรยากาศไอหมอกในช่วงเช้าและแสงสีทองยามพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างชัดเจน รมว.ทส. เน้นย้ำว่า การพัฒนาพื้นที่นี้จะมุ่งเน้นความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ โดยจะไม่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรขนาดใหญ่ที่รบกวนธรรมชาติ แต่จะใช้การปรับปรุงภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับสภาพป่าเดิม เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดพื้นที่การใช้งานที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการขยายตัวกระทบต่อระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งนี้ เพื่อให้ผืนป่าที่ทวงคืนมาได้กลับมาทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้อย่างสมบูรณ์เช่นเดิม สำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้าไปท่องเที่ยว จะดำเนินการภายใต้มาตรการที่รัดกุม คือ จะมีการจัดตั้งจุดประสานงานเพื่อคอยให้ข้อมูลและดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานฯ ผสานความร่วมมือกับตำรวจท้องที่ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย กำหนดเขตเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและจุดถ่ายภาพที่ปลอดภัย มีการจัดทำป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือนที่ชัดเจน […]
ภาพในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและจราจรของ สภ.เมืองสมุทรปราการ ร่วมกับจับกุมตัวชายปริศนาวัยกลางคนที่ก่อนหน้านี้วิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน้าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการจนมาจนมุมริมถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นจังหวะที่ทีมข่าวเราขับรถตระเวนข่าวผ่านทางจึงเข้าเก็บภาพและทำข่าวในครั้งนี้ ท่ามกลางสายตาของผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก ขณะที่มีตำรวจจราจรบางนายพยามเข้ากันไม่ให้ชาวบ้านที่มามุ่งเหตุการณ์ได้บันทึกภาพการจับกุมในครั้งนี้ จนผู้สื่อข่าวต้องแสดงตัวและเจ้าหน้าที่จึงเปิดพื้นที่ให้กับสื่อในการนำเสนอข้อเท็จจริง จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า การติดตามจับกุมตัวชายปริศนารายนี้ เกิดจากก่อนหน้านี้ ในขณะที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจและป้องกันเหตุในพื้นที่จนมาพบชายปริศนารายนี้ยืนอยู่ใต้สะพานลอยคนข้ามที่หน้าโรงเรียน ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักเรียนหญิงจำนวนมากต้องใช้สะพานลอย และตำรวจไปเห็นว่าชายคนดังกล่าวยืนแหงนหน้าขึ้นไปมองบนสะพานลอยคล้ายกับกำลังมองใต้กระโปรงของนักเรียนหญิง ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวและสอบถามชายคนดังกล่าว แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวตะโกนให้กล้วยกับทางตำรวจก่อนจะวิ่งหลบหนี ทำให้ตำรวจต้องสนธิกำลังอกไล่ล่าจับกุมตัวจนระยะทางหลายกว่า 3 กิโลเมตรจนสามารถเข้าควบคุมตัวตามยุทธวิธีเอาไว้ได้ ขณะที่จากการตรวจค้นภายในตัวของชายปริศนารายนี้พบยาบ้าในกระเป๋ากางเกงจำนวน 1 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ตำรวจจึงคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหามีและเสพยาเสพติดประเภท 1 คือยาบ้า และข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ด้าน พ.ต.อ. จักรกริช ศรีโรจนากุล ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ออกมาชื่นชมไหวพริบการปฎิบัติหน้าที่ของสายตรวจในครั้งนี้ ที่ไม่ปล่อยผ่านชายคนดังกล่าว ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับนักเรียนหญิงและยังพบว่ามีการใช้ยาเสพติดซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำมาซึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคตได้ ถือว่าเป็นภัยต่อสังคมและเยาวชนในพื้นที่ เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่สนามฟุตบอลวัดนาล้อม หมู่ที่ 3 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด EGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 12 ปี กำหนดจัดการแข่งขันขึ้นระหว่าง วันที่ 3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยมี พระครูสังฆรักษ์สำราญ อภิชาโต เจ้าอาวาสวัดนาล้อม นายรภีร์ เคนแก้ว พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) นายวิบูลย์ เทียนทอง ผู้ช่วย สส.พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน และประธานชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก […]
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.35 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านขายอาหารสัตว์ภายในปั้มน้ำมันคาร์เท็ก ริมถนนสุขุมวิทสายเก่า ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จับภาพได้ในขณะที่ มีรถจยยพ่วงข้างหรือรถซาเล้งคันหนึ่งขับมาในเลนขวาเพื่อจะยูเทินรถด้านหน้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ จังหวะนั้นเองปรากฏว่ามีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อขับตามหลังมาพุ่งชนท้ายอย่างจัง จนทำให้ชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกระเด็นตกจากรถและถูกล้อหลังฝั่งขวาของรถบรรทุกพ่วงคู่กรณีทับร่างจนบดขยี้กับพื้นถนนและเสียชีวิตคาที่ หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งบางบ่อ เดินทางถึงที่เกิดเหตุพบว่าชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เสียชีวิตคาที่จมกองเลือดในสภาพที่ยังถูกล้อรถบรรทุกบดทับคาอยู่บนร่าง เจ้าหน้าที่จึงต้องเอาผ้าขาวมาคุมร่างและปิดกั้นการจราจรในเลนขวาชั่วคราวก่อนจะประสานพนักงานสอบสวนของสภ.คลองด่านและแพทย์นิติเวชสถาบันรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างสภาพเก่าของผู้ตาย มีร่องรอยการชนที่ท้ายของรถ โดยมีกระสอบน้ำแข็งตกกระจายพื้น ส่วนรถคู่กรณี คือรถบรรทุกพ่วง18 ล้อ มี นาย ณัฐภูมิ ม่วงเพ็ชร อายุ 45 ปี เป็นคนขับรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนร่างผู้เสียชีวิต คือ นาย พวน อายุ 31 ปี สัญญาชาติเมียนมา ซึ่งเป็นคนงานร้านจำหน่ายน้ำแข็งย่านคลองด่าน โดยมีนายจ้างพอทราบข่าวรีบเดินทางมาดูศพของลูกน้อง โดยให้ข้อมูลบอกว่าคนงานรายนี้กำลังจะไปส่งน้ำแข็งให้กับลูกค้า ซึ่งจะต้องชิดขวาเพื่อเข้ายูเทิร์นข้างหน้า ขณะที่ นาย ณัฐภูมิ คนขับรถบรรทุกบอกว่าตนเองขับมาในเลนกลางพอมาถึงที่เกิดเหตุรถไปชนท้ายคู่กรณีทำให้คนขับกระเด็นหล่นจากรถและถูกล้อหลังทับร่างดังกล่าว […]
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ วัดศรัทธาภิรม ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี พุทธศาสนิกชนจำนวนมากพร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายแด่พระเดชพระคุณพระราชวชิราภิรม (หลวงพ่อสนุ่น อถิปุญโญ) พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวสิงห์บุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ในการนี้ นายเบ็งจะ ตรีสาร ประธานประชาคมจังหวัดสิงห์บุรี ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรม ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความสำนึกในพระคุณของหลวงพ่อ ผู้ซึ่งอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและชุมชนมาอย่างยาวนาน ตลอดพิธีมีศิษยานุศิษย์ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความศรัทธา และคุณูปการที่หลวงพ่อสนุ่นได้สร้างไว้แก่สังคม ทั้งนี้ พิธีสวดพระอภิธรรมยังคงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีจินตศรัทธาได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อสนุ่น อถิปุญโญ อย่างสมเกียรติ ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี // รายงาน
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. วัดแจ้งพรหมนคร อำเภอเมืองสิงห์บุรี จัดพิธีมอบทุนการศึกษาครั้งที่ 29 ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้เจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการส่งเสริมการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม โดยมี พระครูวิธานปริยัติคุณ เจ้าอาวาสวัดแจ้งพรหมนคร เป็นผู้ริเริ่มและดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง พิธีได้รับความเมตตาจาก พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในโอกาสอภิลักขิตสมัยเจริญอายุวัฒนมงคล ครบ 71 ปี ของพระครูวิธานปริยัติคุณ เจ้าคณะอำเภอเมืองสิงห์บุรี ท่ามกลางการเข้าร่วมของหัวหน้าส่วนราชการ พระภิกษุ สามเณร ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมาก ณ ศาลาพระพรหมนคราจารย์ ภายในงานยังมีอีกหนึ่งภาพแห่งการแบ่งปัน เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้รับมอบเงินบริจาคจำนวน 10,000 บาท เพื่อนำผ่านเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรีไปช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ พระครูวิธานปริยัติคุณ เปิดเผยว่า […]











