วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้งในหลายพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังคงต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการจาก กกต.จังหวัด อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ยังคงมีผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดผู้สมัคร ส.ส.รายหนึ่ง หลังพบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังก์พง ซึ่งเป็นข้าราชการทางการเมือง เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยผู้สมัคร ส.ส.รายหนึ่งในการหาเสียง โดยมีการนำป้ายหาเสียงไปติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ อำเภอปราณบุรี ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยเหลือผู้สมัครโดยมิชอบตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่นั้น
นายอำนวย สุดกระแสร์ หรือ “ผู้ใหญ่เปี๊ยก” ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 2 เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีคลิปปรากฏภาพนายก อบต.วังก์พง รายหนึ่ง ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียง โดยเฉพาะการนำป้ายหาเสียงไปปักตามริมถนนในเขตอำเภอปราณบุรี ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
นอกจากนี้ ในวันลงคะแนนเสียงในพื้นที่ตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน ยังพบกรณีมีรถโดยสารของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปรับ-ส่งลูกบ้านนำออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยใช้ป้ายหาเสียงของผู้สมัครรายนี้ติดอยู่บริเวณด้านข้างรถ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการชี้นำหรือเอื้อประโยชน์ต่อผู้สมัครรายนั้นหรือไม่ โดยทีมผู้สังเกตการณ์ของพรรคได้บันทึกภาพและคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำไปยื่นร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมเตรียมนำหลักฐานทั้งหมดส่งให้ กกต.จังหวัดพิจารณาเพิ่มเติม
นายอำนวย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 10 นี้ กกต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นัดให้เข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาวินิจฉัยของ กกต.ว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับพฤติกรรมดังกล่าวในฐานความผิดใดหรือไม่
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน รายหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นถึงบรรยากาศการเลือกตั้งในพื้นที่ว่า ปัญหาการซื้อเสียงในครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในระยะยาว เนื่องจากการได้มาซึ่งผู้แทนราษฎรจากการซื้อเสียง อาจไม่สามารถผลักดันหรือพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง พร้อมฝากถึงประชาชนให้พิจารณาเลือกผู้แทนที่มีความรู้ ความสามารถ และตั้งใจเข้ามาพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มากกว่าการตัดสินใจจากผลประโยชน์ระยะสั้นจากการขายเสียง
นัครินทร์/รายงานข่าว
พื้นที่โฆษณา


