วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการแข่งขันชงกาแฟภายใต้โครงการ “Cold Signature Coffee Competition” (Coffeel Good) ครั้งที่ 1 โดยมี ผศ.ดร.บงกช กมลเปรม คณบดีคณะวิทยาการจัดการ พร้อมด้วย นางศิริพร เลาหะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และกลุ่มบาริสต้าอาชีพรวมถึงนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ชู “น้ำผึ้งชันโรง” วัตถุดิบทองคำแห่งด้ามขวาน
ผศ.ดร.บงกช กมลเปรม คณบดีคณะวิทยาการจัดการ กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมว่า การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประชันความอร่อย แต่เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาวิทยาลัยและหอการค้าจังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งเสริม “น้ำผึ้งชันโรง” ซึ่งเป็นวัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้กลายเป็นวัตถุดิบหลักในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยเปิดเวทีให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 14 ทีม ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษา บาริสต้า และผู้ประกอบการ ได้โชว์ทักษะการคิดค้นเมนูใหม่ที่ผสมผสานระหว่างกาแฟและน้ำผึ้งชันโรง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรงกับอุตสาหกรรมกาแฟในพื้นที่
ผศ.ดร.บงกช กมลเปรม คณบดีคณะวิทยาการจัดการ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดในการจัดงานคอฟฟี่กู๊ดเกิดจากการที่คณะมีแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพคือร้าน M Café จึงต้องการนำผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่ใช้ในร้านมาต่อยอด โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟจากวิสาหกิจชุมชนอำเภอรือเสาะ ร่วมกับน้ำผึ้งชันโรงซึ่งเป็นผลงานวิจัยของคณะเกษตรศาสตร์ เพื่อสร้างการแข่งขันที่ใช้ผลิตภัณฑ์เด่นในท้องถิ่น และเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ และเกษตรกร
ภายหลังการแข่งขัน คณะวิทยาการจัดการมีศูนย์เพาะธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนผู้เข้าร่วมที่สนใจพัฒนาต่อยอดด้านการบริหารจัดการและการเปิดร้านกาแฟ และในอนาคต หากการจัดงานประสบความสำเร็จ จะมีการจัดต่อเนื่องและขยายไปสู่เมนูกาแฟร้อนหรือเพิ่มส่วนผสมจากผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดนราธิวาสต่อไป
ด้าน ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดี มนร. กล่าวในสุนทรพจน์เปิดงานว่า ปัจจุบันกาแฟได้กลายเป็นเครื่องดื่มระดับโลกที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุกปี การแข่งขันวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำเมล็ดพันธุ์กาแฟในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาพบกับน้ำผึ้งชันโรงในพื้นที่
นี่คือความท้าทายว่า เราจะทำอย่างไรให้วัตถุดิบจากบ้านเรามิกซ์กันแล้วออกมาเป็นที่ถูกอกถูกใจของคอกาแฟ ผมเองดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว แม้จะไม่มีความรู้ลึกซึ้งแต่สัมผัสได้ว่ากาแฟมีผลต่อจิตใจและสร้างสังคมแห่งการสนทนา การที่เราดึงธุรกิจกาแฟมาผูกโยงกับการเรียนการสอน จึงเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่”และในช่วงท้ายของการเปิดงาน อธิการบดีฯ ยังได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศสนับสนุนให้นำเมนู “Cold Signature” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในวันนี้ ไปบรรจุไว้ในเมนูของร้านกาแฟมหาวิทยาลัย (มนร. คอฟฟี่) เพื่อเป็นการส่งเสริมฝีมือคนรุ่นใหม่และให้เมนูสร้างสรรค์เหล่านี้ได้ออกสู่ตลาดจริงภายใต้กรอบของมหาวิทยาลัยต่อไป
สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ มีรางวัลชนะเลิศเป็นเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการขับเคลื่อนนราธิวาสสู่การเป็นเมืองแห่งกาแฟสร้างสรรค์ในอนาคต
ขณะที่นางศิริพร เลาหะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า หอการค้ามองว่า “เมืองแห่งกาแฟสร้างสรรค์” มีศักยภาพที่จะเป็นซอฟพาวเวอร์ใหม่ของจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากกาแฟเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และสามารถนำมาต่อยอดร่วมกับวัตถุดิบในพื้นที่ เช่น เมล็ดกาแฟและน้ำผึ้งชันโรง ซึ่งเป็นสินค้าทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์ของจังหวัด การนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาเป็นกลไกขับเคลื่อน จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภค จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นซอฟพาวเวอร์ของจังหวัดนราธิวาสในอนาคต
ข่าว/กรียา/นราธิวาส
พื้นที่โฆษณา


