วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร มอบหมายให้ นางสาวพันธนีย์ มิ่งขวัญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เดินทางไปดูการแก้ปมปัญหาการขาดแคลนน้ำและสงครามแย่งชิงทรัพยากรในช่วงฤดูแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญอย่างอำเภอท่าแซะและอำเภอเมืองฯ ที่เกษตรกรระทม ภัยแล้งซ้ำซากพ่นพิษ ทุเรียน-ไม้ผลเสี่ยงขาดน้ำ ซึ่งพื้นที่กว่าร้อยละ 50 ของจังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจอย่าง “ทุเรียน” และไม้ผลอื่น ๆ ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างต่อเนื่องและปริมาณมาก แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง กลับพบว่าชาวบ้านต้องเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร ”ปัญหาที่รุนแรงกว่าตัวเลขคือ ‘การแย่งชิงน้ำ’ จากแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในชุมชน สาเหตุหลักมาจากการขาดการวางแผน การบูรณาการ และระบบบริหารจัดการน้ำที่เข้มแข็งพอที่จะใช้ร่วมกันในยามวิกฤต”
นางสาวพันธนีย์ เปิดเผยว่า ได้รวบรวมผู้นำชุมชน สมาชิกสภาเกษตรกร และประชาชนจาก อ.ท่าแซะ และ อ.เมืองชุมพร รวม 50 คน เข้าเรียนรู้วิธีการสร้างเครือข่ายบริหารจัดการน้ำในชุมชนจากวิทยากรโครงการชลประทานชุมพร เพื่อทำความเข้าใจระบบน้ำในระดับโครงสร้าง จากนั้นได้ลงพื้นที่จริง เดินทางไปยัง “ชุมชนควนไม้บ้อง” ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่มีสภาพพื้นที่คล้ายกับพื้นที่ของรับร่อ เพื่อศึกษาโมเดลต้นแบบการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนที่ประสบความสำเร็จ จากการสร้าง “เครือข่ายคนรักษ์น้ำ” มีการสร้างฝ่ายขนาดเล็กในหมู่บ้านกว่า 100 ฝ่าย และผู้ที่เดินทางมาในครั้งนี้ทุกคนได้ร่วมกันฝึกสร้างฝายไว้ที่หมู่บ้านควนไม้บ้อง 1 แห่ง กว้าง 4 เมตร สูง 1 เมตร ใช้วัสดุช่วยกันเก็บหินในลำธารมาเรียงและใช้ทราย หิน ผสมปูนซีเมนต์เทเป็นชั้นขึ้นมา ซึ่งจะนำบทเรียนจากการสร้างฝายครั้งนี้ กลับมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ตำบลรับร่อและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเปลี่ยนจากเมืองที่เคยแย่งชิงน้ำ ให้กลายเป็นชุมชนที่มีน้ำใช้อย่างเป็นระบบและเป็นธรรมในอนาคต โดย อบจ.ชุมพร พร้อมจะให้การ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างเต็มที่
นายสมพงษ์ ปานเอียด ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าตำบลวังอ่าง เปิดเผยว่า ในอดีตที่ผ่านมาในหมู่บ้านมีการตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่จนโล่งเตียน จนเกิดปัญหาภัยแล้ง รุนแรง จึงได้ร่วมกับคนกลุ่มหนึ่ง สร้างฝายขนาดเล็กบนแหล่งต้นน้ำลำธาร จำนวนมากกว่า 100 ฝ่าย ทำให้เกิดความชุ่มชื้น กลายเป็นป่าขึ้นมาได้ และมีน้ำเก็บไว้ใช้ ทั้งหมู่บ้านได้ตลอดปี
เอกชนะ นวนละมัย จ.ชุมพร รายงาน


