ร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ ถ้าเล่าไปตามที่เราเข้าใจ และทำไปโดยสุจริต จะกลายเป็นคดี แจ้งความเท็จ หรือ หมิ่นประมาท หรือไม่?

คำตอบคือ ยังไม่เป็นความผิดทันที คดีนี้ศาลฎีกาวางหลักไว้ชัดว่า ถ้าผู้ร้องเรียนทำหนังสือถึงหน่วยงานของรัฐเพื่อขอให้ ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี เหตุอันควรเชื่อว่าเป็นจริงและทำไปเพื่อปกป้อง สิทธิหรือส่วนได้เสีย ของตนตามกฎหมาย แม้รายละเอียดบางส่วนจะ คลาดเคลื่อนไปบ้าง หรือมีข้อความ พาดพิงถึงการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ก็ยังไม่ใช่ว่าจะเป็น ความผิดอาญา ทันที

ข้อเท็จจริงของคดีนี้ จำเลยทั้งสามเห็นว่า มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดทรายในพื้นที่สัมปทาน จึงแจ้งให้นายอำเภอและด่านศุลกากรตรวจสอบต่อมาเมื่อเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างที่ควร จึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานศุลกากรเห็นว่าข้อความในหนังสือร้องเรียนบางส่วนเป็นเท็จ และทำให้ตนเสียหาย จึงฟ้องว่าจำเลยมีความผิดฐาน

▪️ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน

▪️ แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา

▪️ หมิ่นประมาท

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การจะเป็นความผิดเรื่องนี้

ต้องดูให้ได้ก่อนว่า ผู้ร้องมี “เจตนา” หรือไม่ กล่าวคือ ต้องมีเจตนาที่จะ แจ้งความเท็จ หรือใส่ความเพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรือถูกดำเนินคดีอาญา แต่เมื่อดูเนื้อหาทั้งหมดของหนังสือร้องเรียนแล้ว ศาลเห็นว่า จำเลยทั้งสาม ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง โจทก์, ไม่ได้มุ่งให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญา

สิ่งที่จำเลยต้องการจริง ๆ คือ ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เห็นว่าอาจเกี่ยวข้องเท่านั้น

ศาลจึงมองว่าข้อความในหนังสือร้องเรียนเป็นการเล่าข้อเท็จจริง ตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามความเข้าใจของผู้ร้อง และผู้ร้องก็มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นจริง, กระทำไปโดยสุจริต

ดังนั้น แม้ข้อความบางส่วนจะคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง หรือพาดพิงเจ้าพนักงาน ก็ยัง ไม่พอจะรับฟังได้ ว่าจำเลยมีเจตนาแจ้งความเท็จ หรือใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์

สรุปง่าย ๆ ถ้าร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ โดยทำไปตามข้อเท็จจริงที่ตนเข้าใจ มีเหตุผลพอจะเชื่อว่าเป็นจริง และทำไปเพื่อปกป้อง สิทธิหรือส่วนได้เสีย ของตนโดยสุจริต แม้ข้อมูลบางส่วนจะผิดหรือคลาดเคลื่อนบ้าง ก็ยัง ไม่เพียงพอ จะถือว่าเป็นความผิดฐาน แจ้งความเท็จ หรือ หมิ่นประมาท เสมอไป จุดสำคัญที่สุดคือ ต้องไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง หรือมุ่งให้ผู้อื่นถูกดำเนินคดีอาญา

อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567

Credit  : Facebook ฎีกาศึกษา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ