วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 13:00 น. นายพงศ์พัฒน์ กรุดภู่ กำนันตำบลบางโปรง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รุดเข้าตรวจสอบและเตรียมปิดล้อมจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพภายในบริษัทโรงเหล็กเก่าแห่งหนึ่ง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มบุคคลนับสิบคนลักลอบเข้ามาตัดเหล็กโครงสร้างอาคารสร้างความเสียหายและอันตรายต่อชุมชน อย่างไรก็ตาม กลุ่มมิจฉาชีพเกิดไหวตัวทันและอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าถึงตัว
นายพงศ์พัฒน์ กรุดภู่ กำนันตำบลบางโปรง เผยว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านและผู้นำชุมชนว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้ามาตัดเหล็กภายในบริษัท ซึ่งปัจจุบันถูกธนาคารยึดทรัพย์ไว้ โดยมิจฉาชีพอาศัยช่วงที่โรงงานเงียบเหงาลอบเข้ามาปักหลักพักค้างอ้างแรม ระยะแรกชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นคนงานบริษัท แต่ภายหลังพบพิรุธมีการเจาะกำแพงรั้วด้านหลังเพื่อทยอยขนเหล็กออกไป
จากการตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียด พบของกลางที่กลุ่มมิจฉาขีพทิ้งไว้ประกอบด้วย ชุดถังแก๊ส ถังลม หัวตัดเหล็ก และรถเข็น นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการตัดเหล็กโครงสร้างหลักไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งกำนันระบุด้วยความกังวลว่า “น่ากังวลอย่างยิ่งเนื่องจากโครงสร้างเหล็กถูกตัดทำลายไปหลายจุด ประกอบกับหลังคาที่เริ่มผุพังตามกาลเวลา เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนที่มีลมพายุแรง จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่โครงสร้างอาคารหรือหลังคาจะพังถล่มลงมาจนเกิดอันตรายต่อคนในชุมชน
สำหรับแนวทางดำเนินการ กำนันพงศ์พัฒน์ ชี้แจงว่าขณะนี้ฝ่ายปกครองกำลังเร่งประสานธนาคารเจ้าของทรัพย์สินให้เข้ามาเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความดำเนินคดี ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งประสานงานกับทางธนาคารที่เป็นเจ้าของทรัพย์ปัจจุบันเพื่อให้เข้ามารับทราบเหตุและดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มคนจากนอกพื้นที่ในเขตตำบลใกล้เคียง กลับเข้ามาสร้างความเดือดร้อนและทำลายทรัพย์สินจนเกิดความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของชาวบ้านในพื้นที่อีก
ด้านชาวบ้านระบุว่า พฤติกรรมของมิจฉาชีพกลุ่มนี้อุกอาจมาก มีคนหมุนเวียนเข้าออกตลอด 24 ชั่วโมง ประมาณ 20-30 คน ใช้เครื่องมือหนักทุบปูนเสียงดัง “ปัง ๆ” ตลอดเวลา และโยนเหล็กจากที่สูงลงมาจนหลังคาเสียหาย โดยชาวบ้านกล่าวด้วยความอัดอั้นว่า เสียงมันดังตู้ม ๆ ทั้งวันจนชาวบ้านไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตนเคยออกไปตะโกนไล่ตั้งหลายรอบให้เขาเบาหน่อย แต่เราก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะเราไม่ใช่เจ้าหน้าที่ และพื้นที่นั้นก็ไม่ใช่ของเรา นอกจากนี้ยังพบว่ามีการใช้รถจักรยานยนต์พ่วงกระสอบเหล็กที่ตัดแล้วออกไปขายจนกีดขวางการจราจร ชาวบ้านต้องคอยหลบรถให้กลุ่มคนเหล่านี้ที่มาอยู่กินกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายนานนับเดือน


