วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ. สรยุทธ จิโรภาส ผู้กำกับการกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยฝ่ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองบังคับการสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันแถลงข่าวโชว์ผลงานจับกุมนายทุนรับจำนำรถออนไลน์พร้อมยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ทั้งเก่าและใหม่รวมทั้งหมด 14 คัน และรถยนต์กระบะอีก 1 คัน พร้อมด้วยบัญชีและเอกสารสัญญาเงินกู้อีกหลายรายการ นอกจากนั้นยังตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองยาวมีหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นชื่อของผู้อื่นได้อีกจำนวน 1 กระบอก
พ.ต.อ. สรยุทธ จิโรภาส ผู้กำกับการกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบสวนจากฝ่ายสืบสวนจังหวัดได้รับการข้อมูลเบาะแสะจากพลเมืองรายหนึ่งให้ข้อมูลว่ามีนายทุน รายหนึ่ง นามสมมุติว่า ชื่อ นาย ก๊วก อายุ 37 ปี มีพฤติกรรมลักลอบเปิดธุรกิจประกอบกิจการธุรกิจสินเชื่อผิดกฎหมายโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วยการรับจำนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ผ่านทางเฟสบุ๊ค โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 20 ต่อเดือน ฝ่ายสืบสวนจึงหาข้อมูลและเฝ้าติดตามนายทุนรายนี้กระทั่งพบว่ามีพฤติกรรมกระทำความผิดจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ และนำกำลังไปตรวจค้นภายในบ้านพักหลังหนึ่งของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในหมู่ที่ 5 ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
จากการตรวจค้นพบรถจักรยานยนต์จอดเรียงรายอยู่ในบ้านจำนวนหลายคัน ซึ่งผู้ต้องหาให้การยอมรับว่ารถทั้งหมดเป็นรถที่รับจำนำจากผู้ที่เอามาจำนำ โดยมีการทำสัญญาเงินกู้ถูกต้องทุกประการ ซึ่งผู้ต้องหายังให้การเบื้องต้นเบื้องต้นในตอนแรกว่ามิได้คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดแต่อย่างใด และไม่มีการลงอัตราดอกเบี้ยไว้ในสัญญาแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจมีข้อมูลและหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกิดกว่ากฎหมายกำหนดจริง จึงเชิญตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำและบันทึกจับกุม พร้อมแจ้งข้อหา คือ ประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต และปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เตรียมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนของสภ.เมืองสมุทรปราการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหาย
พ.ต.อ. สรยุทธ จิโรภาส ผู้กำกับการกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ยังระบุต่ออีกว่าการรับจำนำรถผ่านทางออนไลน์ซึ่งปัจจุบันมีนายทุนหัวหมอใช้กลอุบายต่างๆ รวมถึงการคิดดอกเบี้ยโหดให้กับผู้ที่เอารถมาจำนำ ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังถือว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนที่มาจำนำรถ ซึ่งในส่วนของเจ้าของรถหากพบว่ารถคันที่เอามาจำนำยังติดสัญญาไฟแนนท์อยู่นั้น ทางเจ้าของรถก็อาจเสี่ยงถูกทางบริษัทไฟแนนท์แจ้งความยักยอกทรัพย์รวมถึงการละเมิดผิดสัญญาอีกด้วย จึงอยากฝากเตือนประชาชนหากมีความจำเป็นที่จะต้องนำรถไปจำนำขอให้ใช้บริการสถาบันการเงินหรือธุรกิจสินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงต่อความผิดกับทางบริษัทไฟแนนท์รวมถึงจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบในเรื่องของดอกเบี้ยโหดอีกด้วย
เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ


