กมธ.การศึกษาฯ วุฒิสภา รับหนังสือร้องเรียนกรณี กยศ.จัดสรรงบฯ หลักสูตรระยะสั้นอย่างจำกัด

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 11.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา รับหนังสือร้องเรียนจากนายสงกรานต์ วงษ์ธรรม นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาการบริบาลและสุขภาพประเทศไทย กรณีการจัดสรรงบปรมาณเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สำหรับหลักสูตรระยะสั้นด้านการบริบาลและสุขภาพที่มีข้อจำกัด ส่งผลให้เยาวชนจำนวนมากอาจสูญเสียโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ
นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ปัจจุบันโรงเรียนบริบาลหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการจัดสรรวงเงินกู้ยืมของ กยศ. ที่กำหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งได้รับสิทธิ์สำหรับนักเรียนเพียง 7 คน แม้ว่าหลักสูตรดังกล่าวจะเป็นหลักสูตรระยะสั้น ใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน และมีระยะเวลาการกู้ยืมสั้นกว่าหลักสูตรทั่วไปก็ตาม โดยเห็นว่าการจำกัดสิทธิ์ดังกล่าวอาจเป็นการลดโอกาสของเยาวชนที่ต้องการพัฒนาทักษะวิชาชีพเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยและหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งมีความต้องการบุคลากรด้านการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษา ควรได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เยาวชนที่มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม
ขณะที่นายสงกรานต์ วงษ์ธรรม กล่าวว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนปัญหาและเป็นกระบอกเสียงแทนเยาวชนกว่า 700 คน ที่มีฐานะยากจนแต่ขาดโอกาสเข้าถึงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาในกลุ่มหลักสูตรระยะสั้นประเภท Reskill/Upskill ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สามารถจบการศึกษาและเข้าสู่การทำงานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวเป็นการลงทุนด้านการศึกษาที่ใช้งบประมาณไม่สูง ใช้เวลาเรียนไม่เกิน 6 เดือน และผู้สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่สามารถมีงานทำทันที โดยมีรายได้เริ่มต้นตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป โดยที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และหารือกับ กยศ. แล้ว แต่ได้รับคำชี้แจงว่าสามารถจัดสรรวงเงินกู้ยืมได้เพียง 7 คนต่อสถานศึกษาทั่วประเทศ ขณะที่ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรด้านการบริบาลในสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาแก้ไขปัญหา เนื่องจากหากพ้นกำหนดในเดือนมิถุนายนนี้ เยาวชนจำนวนมากอาจสูญเสียสิทธิ์ในการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการประกอบอาชีพและการยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว
นายปริญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาการเข้าถึงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับหลักสูตรระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังพบในระดับอุดมศึกษาด้วย จึงเป็นประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้ระบบการสนับสนุนทางการศึกษาสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนไทยสูญเสียโอกาสทางการศึกษาและส่งผลกระทบต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศในอนาคต

Credit : เพจเฟชบุ๊ก สว.โบ๊ต ปริญญา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ