วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสฮือฮาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงปมปริศนาประวัติศาสตร์บาดแผลยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลว่า “วัดถ้ำสนุกสุขารมย์” ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ซึ่งปัจจุบันเป็นพุทธศาสนสถานที่เงียบสงบ เหมาะแก่การวิปัสสนาและท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แท้จริงแล้วในอดีตคือ “ยุทธภูมิเดือด” และเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบกองทัพญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกเพื่อสร้างเส้นทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ข้ามไปยังจังหวัดระนอง สู่ประเทศพม่า
เปิดปมปริศนา ทหารญี่ปุ่น “กลับแต่ตัว” แล้วสมบัติไปไหน? ย้อนรอยอดีตอันน่าสะพรึงกลัว ในระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟ กองทัพญี่ปุ่นถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายซุ่มโจมตีอย่างหนักหน่วง ทำให้การก่อสร้างล่าช้า จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์โลก สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ เป็นเหตุให้จักรวรรดิญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามอย่างราบคาบ ทหารญี่ปุ่นที่เขาถ้ำสนุกจึงต้องยุติปฏิบัติการทันที
จุดพิรุธระดับชาติ: มีรายงานบันทึกว่า ในการเดินทางกลับประเทศของทหารญี่ปุ่นในครั้งนั้น ทุกคนเดินทางกลับไป “แต่ตัว” โดยไม่ได้นำอาวุธยุทโธปกรณ์ ยาเวชภัณฑ์ หรือสิ่งของมีค่าใดๆ กลับไปด้วยเลย! จึงเกิดคำถามสำคัญที่ยังไม่มีใครตอบได้ว่า “แร่ทองคำจำนวนมหาศาลและคลังอาวุธสงคราม ถูกซุกซ่อนไว้ที่มุมไหนของเขาถ้ำสนุก?”
ตะลึงอุโมงค์ลึกลับ “กระเพาะหมู” เส้นทางใต้ดินที่สาบสูญ จากคำบอกเล่าสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนระบุว่า ภายใน “เขาถ้ำสนุก” มีลักษณะเป็นอุโมงค์ซับซ้อน ชอนไชอยู่ใต้ภูเขาคล้ายกับ “กระเพาะหมู” บางเส้นทางมีความลึกและยาวไกลจนสามารถทะลุไปโผล่ยังหมู่บ้านอื่นได้ แต่หลังจากกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดพื้นที่และตั้งกองพันรบ เส้นทางใต้ดินและถ้ำลึกลับเหล่านี้กลับถูกสั่ง “ปิดตาย” และตัดขาดหายไปจากแผนที่อย่างมีเงื่อนงำ จนถูกเรียกขานว่าเป็น “ลายแทงลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้แผ่นดิน”
ล่าสุด พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (รอง ผอ.รมน.จ.ชพ.) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ และไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ได้นำกำลังลงพื้นที่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ เพื่อพัฒนาวัดถ้ำสนุกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพุทธสถานรองรับประชาชนที่จะเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมพระอุโบสถที่สวยงาม
ขณะที่ พระมหาอนันต์ธัมมาวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดถ้ำสนุก ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับผู้สื่อข่าวว่า ”วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อาตมาจำได้ว่าตอนอายุประมาณ 6 ขวบ เคยเห็นกลุ่มคนจำนวนมากแต่งตัวคล้ายทหาร นำเครื่องมือเข้ามาขุดดินภายในถ้ำ เพื่อค้นหาสิ่งของมีค่าที่ทหารญี่ปุ่นซ่อนไว้ คนกลุ่มนั้นมักจะเอาขนมและลูกอมมาให้อาตมาเลียกินเป็นประจำ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเจออะไรบ้าง ก่อนจะพากันยกโขยงเลิกลากันไป”
วัดถ้ำสนุกในวันนี้ จึงไม่ต่างจากขุมทรัพย์ที่แฝงความลับสุดยอดของกองทัพญี่ปุ่นที่กำลังรอวันพิสูจน์! นักท่องเที่ยวอาจจะได้ชมธรรมชาติที่งดงามและพระอุโบสถที่สวยงามวิจิตรตระการตา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงหลับใหลอยู่ใต้ผืนดินและรอการขุดค้นก็คือ “แร่ทองคำและยุทโธปกรณ์มหาศาล” ที่ถูกซ่อนไว้อย่างมีเงื่อนงำ… สงครามจบ แต่ปริศนายังไม่จบ!
เอกชนะ นวนละมัย รายงาน


