วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) นำโดย พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่ ณ ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ (ห้อง 401) ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร หน่วยงานราชการ ประชาชนในพื้นที่ และสื่อมวลชน เข้าร่วมโครงการฯ
โอกาสนี้ คณะกรรมการฯ เปิดเวทีให้ประชาชนได้ร่วมกันสะท้อนสภาพปัญหา ดังนี้
1. ปัญหาธุรกิจนอมินี จังหวัดสมุทรสาครพบกิจการเข้าข่ายธุรกิจนอมินี 230 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงถึง 25 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอให้เร่งปราบปรามธุรกิจนอมินี โดยเฉพาะล้งสินค้า อีคอมเมิร์ซ และคลังสินค้า รวมทั้งตรวจสอบบริษัทรับจดทะเบียน สำนักงานบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชีที่อาจมีส่วนสนับสนุนการกระทำผิด
2. การเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบแหล่งเงินลงทุน บัญชีธนาคาร และผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด ส่งผลให้การจดทะเบียนของกลุ่มเสี่ยงลดลง พร้อมเตรียมมาตรการปิดช่องโหว่การถือหุ้นแทนต่างชาติ เห็นควรให้มีการปรับปรุงกฎหมายและระบบตรวจสอบให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบสถานที่ประกอบกิจการตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียน
3. ปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียรวม จังหวัดมีระบบบำบัดน้ำเสียเพียง 8 แห่ง ครอบคลุมน้ำเสียในสัดส่วนต่ำ ส่งผลให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรม ประชาชนจึงเรียกร้องให้เร่งพัฒนาระบบบำบัดควบคู่กับการจัดทำผังเมืองใหม่
4. ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ในพื้นที่ตำบลบางกระเจ้าที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นทะเลซัดบ้านเรือนและเรือประมง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างศึกษาการสร้างเขื่อนป้องกันและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม
5. ปัญหาแรงงานข้ามชาติ มีข้อกังวลด้านการแย่งอาชีพ การศึกษาของเด็กข้ามชาติ และภาระต่อระบบสาธารณสุข โดยประชาชนเสนอให้ทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6. ปัญหาภาคการประมง ผู้ประกอบการประมงเผชิญต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูง ความไม่แน่นอนด้านแรงงาน และข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ ซึ่งกระทบต่อเรือประมง แพปลา โรงงานแปรรูป และแรงงานในห่วงโซ่อาหารทะเล จึงต้องการมาตรการลดต้นทุน การบริหารแรงงานที่ถูกต้อง และกติกาการประมงที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรกับความอยู่รอดของผู้ประกอบอาชีพ
7. ปัญหาการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กข้ามชาติ เด็กข้ามชาติบางส่วนยังเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาที่มีมาตรฐาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านเอกสาร ภาษา การย้ายถิ่นของครอบครัว และจำนวนสถานศึกษาที่รองรับไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันพบการเปิดศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงควรจัดระบบรับเด็กเข้าเรียน พัฒนาครูและสื่อหลายภาษา และกำกับคุณภาพการเรียนรู้ให้เป็นไปตามกฎหมาย
8. ปัญหาการถมคลองและลำรางสาธารณะ การถมหรือรุกล้ำทางน้ำสาธารณะอาจลดพื้นที่รับน้ำ กีดขวางการระบายน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมในชุมชน จึงควรสำรวจแนวเขตคลองและลำรางให้ชัดเจน ตรวจสอบเอกสารสิทธิและใบอนุญาต บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค รวมทั้งฟื้นฟูทางน้ำให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพเดิม
9. ปัญหาการกองเก็บวัสดุเชื้อเพลิงทดแทนและวัสดุอินทรีย์ การกองวัสดุปริมาณมากโดยไม่มีระบบควบคุมที่เหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสะสม เพลิงไหม้ ควัน กลิ่น ฝุ่น และน้ำชะปนเปื้อน จึงควรกำหนดปริมาณและระยะเวลาจัดเก็บ แยกประเภทวัสดุ ตรวจวัดอุณหภูมิ จัดทำแนวกันไฟ ระบบระบายน้ำ และแผนเผชิญเหตุร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น
การลงพื้นที่ของคณะฯ ครั้งนี้ ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี นับว่าเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางการพัฒนาในระดับพื้นที่ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของชุมชนโดยตรง เพื่อส่งต่อไปยังการดำเนินงานในระดับนโยบายต่อไป
Credit : สว.โบ๊ต ปริญญา


