“สว.ปริญญา” หารือทูตไทยในเกาหลีใต้ เดินหน้าสร้างโอกาสแรงงานไทย พร้อมตั้งคำถามสำคัญ ทำไมไทยดึงการลงทุนเกาหลีได้น้อยกว่าเวียดนามหลายเท่า

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา ได้หารือร่วมกับ นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล ถึงสถานการณ์แรงงานไทยในสาธารณรัฐเกาหลี รวมถึงแนวทางเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานเกาหลีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พบว่า มีคนไทยพำนักอยู่ในเกาหลีใต้จำนวน 157,255 คน แบ่งเป็นผู้พำนักถูกกฎหมาย 48,220 คน และผู้พำนักผิดกฎหมาย 109,035 คน โดยฝ่ายไทยได้หารือถึงการเพิ่มโควตาแรงงานไทยในระบบ EPS และการขยายสาขาการจ้างงาน โดยเฉพาะ ภาคโลจิสติกส์และภาคบริการ เพื่อเพิ่มทางเลือกและโอกาสให้แรงงานไทยในตลาดแรงงานเกาหลี

 

อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้ไม่ได้มองเฉพาะเรื่อง “แรงงาน” แต่ยังมองไปถึง “การลงทุน” และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเกาหลีใต้”

ข้อมูลของ BOI ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทเกาหลีเข้ามาลงทุนในประเทศไทย มากกว่า 400 บริษัท และในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีโครงการลงทุนจากเกาหลีเข้าสู่ไทยเฉลี่ยประมาณ 30 โครงการต่อปี ขณะที่ BOI มองว่าไทยยังมีโอกาสสร้าง “คลื่นการลงทุนเกาหลีลูกที่ 3” โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ เช่น EV เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ฝ่ายเกาหลีใต้ยังแสดงความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนต่อ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศไทย โดยเฉพาะระบบคมนาคม การพัฒนาเมือง และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

เพิ่มมิติใหม่: “Education Tourism” ไทย–เกาหลี

 

นอกจากมิติด้านแรงงานและการลงทุนแล้ว อีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ควรผลักดันอย่างจริงจังคือ “การท่องเที่ยวเชิงการศึกษา (Education Tourism)”

ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้ของนักเรียนและนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้ เนื่องจากมีจุดแข็งหลายด้าน ได้แก่

🔹 ค่าใช้จ่ายการศึกษาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก

🔹 มหาวิทยาลัยนานาชาติและหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

🔹 ความโดดเด่นด้าน Soft Power ไทย เช่น อาหาร วัฒนธรรม มวยไทย สุขภาพ และ Wellness

🔹 ความปลอดภัยและความเป็นมิตรของสังคมไทย

🔹 โอกาสเรียนรู้ควบคู่กับการท่องเที่ยว (Study + Travel Experience)

แนวคิด Education Tourism สามารถพัฒนาเป็นแพ็กเกจใหม่ เช่น

เรียนภาษาไทย–ภาษาอังกฤษระยะสั้น

คอร์สวัฒนธรรมไทย + มวยไทย + อาหารไทย

Summer School / Winter Program สำหรับนักเรียนเกาหลี

หลักสูตรแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยไทย–เกาหลี

โปรแกรมฝึกงานร่วมกับภาคธุรกิจไทย (Internship Program)

หากผลักดันอย่างเป็นระบบ ไทยจะไม่เพียงเป็น “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว” แต่จะกลายเป็น “จุดหมายปลายทางด้านการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของคนเกาหลีรุ่นใหม่” ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ระยะยาว และเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศในระดับลึกยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเวียดนาม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค โดยเฉพาะ เวียดนาม จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

ปัจจุบันมีบริษัทเกาหลีดำเนินธุรกิจในเวียดนามประมาณ 10,000 บริษัท และเกาหลีเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ด้วยเงินลงทุนสะสมเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีบริษัทเกาหลีมากกว่า 400 บริษัทเท่านั้น

คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า “เหตุใดประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมยานยนต์ ห่วงโซ่อุปทาน และเป็นศูนย์กลางของอาเซียน จึงยังดึงดูดการลงทุนจากเกาหลีใต้ได้น้อยกว่าเวียดนามอย่างมาก?” นี่จึงเป็นโจทย์ที่ประเทศไทยควรกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงรอให้นักลงทุนเข้ามา แต่ต้อง “ออกไปหานักลงทุน” และสร้างข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการของนักธุรกิจเกาหลี

โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น

🔹 EV และชิ้นส่วนยานยนต์สมัยใหม่

🔹 Semiconductor และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

🔹 AI และ Digital Economy

🔹 Robotics และ Automation

🔹 Biotechnology และ Healthcare

🔹 Data Center และ Smart City

🔹 Logistics และระบบขนส่ง

🔹 Entertainment, Content และ Creative Economy

การส่งเสริมการลงทุนจากเกาหลีจึงควรเดินควบคู่ไปกับการส่งเสริมแรงงานไทย เพราะหากสามารถดึงบริษัทเกาหลีเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น ก็จะเกิด งานที่มีคุณภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยและ SMEs

“แรงงานไทยไม่ควรมีเพียงโอกาสเดินทางไปทำงานที่เกาหลี แต่ประเทศไทยควรสร้างโอกาสให้บริษัทเกาหลีเดินทางมาสร้างงานและลงทุนในประเทศไทยด้วย”

นายปริญญามองว่า ไทย–เกาหลีควรยกระดับความสัมพันธ์จาก “ประเทศผู้ส่งแรงงาน–ประเทศผู้รับแรงงาน” ไปสู่ความสัมพันธ์ที่สมดุลมากขึ้น คือ “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาคน” เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนแรงงานไทยในเกาหลี แต่คือการทำให้เกิด “งานดี เงินดี เทคโนโลยี และการลงทุน” กลับมาสู่ประเทศไทยด้วย ไทยต้องไม่เป็นเพียงประเทศที่ส่งคนไปทำงาน แต่ต้องเป็นประเทศที่ดึงทุน เทคโนโลยี การศึกษา และโอกาสจากเกาหลีเข้ามาสร้างอนาคตให้คนไทย

 

Credit : เพจเฟชบุ๊ก สว.โบ๊ต ปริญญา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ