ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1
นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) พนักงานฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์
เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษม และบริษัทขนส่งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจค้นเป้าหมายต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 2 และ 3 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ดังนี้
1 บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี จำนวน 1,622 แท่ง (ประมาณ 16,220 ซอง หรือ 324,400 มวน มูลค่าและภาษี 3,784,571 บาท)
2 บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 18 ชิ้น (มูลค่าและภาษี 10,015 บาท)
3 น้ำอัดลม จำนวน 744 ขวด (มูลค่าและภาษี 9,526 บาท)
รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระทั้งสิ้น 3,804,112 บาท
ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติการ (1-3 ก.ย.2569) ประกอบด้วย บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี จำนวน 3,475 แท่ง (ประมาณ 34,750 ซอง หรือ 695,000 มวน มูลค่าและภาษี 7,986,067 บาท), กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 23 ใบ (มูลค่าและภาษี 132,894 บาท), บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จำนวน 73 ชิ้น (มูลค่าและภาษี 31,515 บาท), น้ำอัดลม จำนวน 744 ขวด (มูลค่าและภาษี 9,526 บาท) และน้ำหอมต่างประเทศ จำนวน 53 ขวด (มูลค่าและภาษี 20,380 บาท) รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระทั้งสิ้น 8,180,382 บาท
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป
โดย นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 062-3644468


