แลนด์มาร์กโลกราชาเทวะส่อสะดุดไอซ์ รักชนก บุกตรวจโครงการราชาเทวะ งบรวมเฉียดพันล้านชลประทานย้ำไม่อนุญาต

องค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะส่องานเข้าอีกครั้ง หลังคณะกรรมาธิการลงพื้นที่ตรวจโครงการแลนด์มาร์กโลกสุวรรณภูมิริมคลองลาดกระบัง ซึ่งใช้งบประมาณหลายโครงการรวมเกือบ 1,000 ล้านบาท ด้านกรมชลประทานยืนยัน ไม่อนุญาตให้ก่อสร้าง เนื่องจากหวั่นกีดขวางทางน้ำ หากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง อาจถึงขั้นแจ้งความและรื้อถอน

โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนแพลอยน้ำกลางคลองลาดกระบัง คือส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง เพื่อจัดสร้างแหล่งท่องเที่ยว “แลนด์มาร์กของโลก สุวรรณภูมิ ยุครัตนโกสินทร์” ขององค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ แต่โครงการมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาทแห่งนี้ กำลังถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้องและความคุ้มค่า หลังกรมชลประทานยืนยันว่า ไม่ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้าง เพราะอาจกีดขวางเส้นทางระบายน้ำสำคัญระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดสมุทรปราการ

ล่าสุด ช่วงบ่ายวันที่ 11 กันยายน 2569 “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก พร้อมด้วย นิตยา มีศรี สส.สมุทรปราการ เขต 5 นำคณะกรรมาธิการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงตรวจสอบพื้นที่ท้ายซอยกิ่งแก้ว 30 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี ซึ่งอยู่ติดกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ โครงการแลนด์มาร์กสุวรรณภูมิมีแผนดำเนินงานหลายระยะ หากก่อสร้างครบทั้งหมดอาจใช้งบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการรั้วประมาณ 160 ล้านบาท กล้องวงจรปิดประมาณ 200 ล้านบาท และงบดูแลสวนหย่อมอีกประมาณ 60 ล้านบาท

โดย ไอซ์ รักชนก ยังย้ำอีกว่า “กรมชลประทานได้รับหนังสือขอใช้พื้นที่ แต่กรมชลประทานยืนยันว่าไม่ได้อนุญาต เพราะจุดนี้เป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญระหว่างกรุงเทพมหานครกับสมุทรปราการ แต่กลับพบว่ายังมีการเดินหน้าก่อสร้างจนกลายเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่แล้ว”ตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าของโครงการ โดยระบุว่า ราวกันตกบางส่วนมีราคาประมาณแผงละ 58,000 บาท ส่วนกล้องวงจรปิด เมื่อคำนวณจากวงเงินและจำนวนอุปกรณ์ อาจมีราคาเฉลี่ยประมาณชุดละ 260,000 บาท จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดของราคาและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ประชาชนไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรืองบประมาณ เพียงเปรียบเทียบสิ่งก่อสร้างที่เห็นกับวงเงินที่ใช้ ก็สามารถตั้งคำถามได้ว่า โครงการนี้คุ้มค่าและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากน้อยเพียงใด“ทุกคนลองมองด้วยสายตาและใช้สามัญสำนึก แล้วคิดดูว่ารู้สึกว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ จุดหนึ่งใช้งบประมาณเกือบ 200 ล้านบาท แต่ตั้งแต่เริ่มต้นยังไม่ได้รับอนุญาต หากสุดท้ายต้องรื้อถอน งบประมาณที่ใช้ไปก็อาจสูญเปล่า

ด้านเจ้าหน้าที่กรมชลประทานชี้แจงว่า ได้รับหนังสือแจ้งโครงการตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ก่อนพิจารณาแล้วเห็นว่า สิ่งปลูกสร้างอาจกีดขวางทางระบายน้ำ จึงมีหนังสือไม่อนุญาตให้ก่อสร้างตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน แต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 กลับพบว่ามีการลงนามในสัญญาและเริ่มก่อสร้างแล้ว กรมชลประทานจึงสั่งให้ระงับการก่อสร้าง และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายคณะกรรมาธิการเตรียมส่งข้อสังเกตไปยังกรมชลประทาน ให้เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมส่งข้อมูลให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและ ป.ป.ช. ตรวจสอบขั้นตอนการอนุมัติและการใช้งบประมาหากท้ายที่สุดโครงการถูกสั่งระงับหรือรื้อถอน สตง.ระบุว่า อาจมีช่องทางเรียกคืนงบประมาณจากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ แต่ต้องรอผลการสอบสวนว่า บุคคลหรือหน่วยงานใดต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

 

เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ