น้ำตาร่วงทั้งโรงเรียน! ชาวบ้าน-ลูกศิษย์พรุตะเคียน อ.ท่าแซะ ชุมพร กอดขาไหว้ส่ง “ครูกฤติยา” อดีตทหารพราน UN ผู้ลาออกจากตำแหน่งครูอัตราจ้างปฐมวัยในวัย 58 ปี หลังทุ่มเทอุ้มชูเด็กชนบทมานาน 16 ปีจนสุขภาพพัง สะท้อนแผลฉกรรจ์วงการศึกษาไทย ครูผู้สร้างคนจากรากหญ้ากลับไร้ความมั่นคงในชีวิต ขณะที่เด็กในชุมชนต้องลุ้นอนาคตเมื่อขาด “แม่พิมพ์คนของหมู่บ้าน”
เสียงร้องไห้ระงมดังลั่นโรงเรียนบ้านพรุตะเคียน หมู่ที่ 4 ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นางสาวจอมขวัญ ศักดิ์ตระกูล ผอ.โรงเรียนบ้านพรุตะเคียน ได้จัดพิธีมุทิตาจิตส่งท้าย “คุณครูกฤติยา อาจประดิษฐ์” ครูอัตราจ้างสอนชั้นปฐมวัย วัย 58 ปี ที่จำใจต้องยื่นหนังสือขอลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ เนื่องจากปัญหาสุขภาพเรื้อรังจากการทำงานหนักมานานนับ 16 ปี
แม่พิมพ์ที่ปลูกฝังเด็กชนบทรับจากศูนย์เด็กเล็กเข้าสู่ชั้นอนุบาลส่งต่อชั้นประถม ซึ่งภาพบรรยากาศในพิธีเต็มไปด้วยน้ำตา คณะครู ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียนอนุบาลต่างเข้ามาโอบกอดและร้องไห้ด้วยความเสียดาย โดยครูกฤติยาถือเป็น “แม่พิมพ์คนแรก” ที่คอยรับเด็กเล็กในชุมชนที่ผ่านศูนย์เด็กเล็กเข้าสู่โรงเรียนพรุตะเคียนเข้าระบบการศึกษาในชั้นอนุบาล 2 ส่งต่ออนุบาล 3 ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา
อดีตครูกฤติยา มีประวัติชีวิตที่ไม่ธรรมดา เคยเป็นทหารพรานประจำศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี ปฎิบัติภารกิจองค์การสหประชาชาติ (UN) ประจำศูนย์อพยพชาวกัมพูชา ก่อนจะผันตัวมาเรียนจบปริญญาตรี เข้าเป็นบรรณารักษ์โรงเรียนมัธยม ก่อนลงใต้มาพัฒนาบ้านตัวเอง เป็นครูสอนเด็กเล็ก การทุ่มเทเทคแคร์เด็กๆ เสมือนลูกในไส้ ทำให้ครูเป็นยึดเหนี่ยวจิตใจหลักของคนในชุมชน
”รักเด็กๆ ทุกคนเสมือนลูก อยากให้ทุกคนเรียนรู้อย่างมีความสุขเพื่อเติบโตเป็นคนดีของสังคม แต่ปัจจุบันด้วยวัย 58 ปี สุขภาพเริ่มไม่ไหว จึงต้องขอพักเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มาสอนต่อ” ครูกฤติยา กล่าวด้วยน้ำตา
กระจกสะท้อนตลกร้าย: ครูอัตราจ้าง ชะตากรรมที่รัฐมองข้าม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวความซาบซึ้งในท้องถิ่น แต่กำลัง กลายเป็น “ประเด็นร้อนสะเทือนวงการศึกษา” ที่สะท้อนให้เห็นถึงบาดแผลใหญ่ของระบบการศึกษาไทยใน 2 ประเด็นหลัก:
ความเหลื่อมล้ำของครูชนบท: ครูอัตราจ้างจำนวนมากในโรงเรียนขนาดเล็ก ต้องแบกรับภาระงานสอนและภาระการดูแลเด็กเทียบเท่าหรือมากกว่าครูประจำการ แต่กลับได้รับสวัสดิการและค่าตอบแทนที่ไม่คุ้มค่าความทุ่มเท
อนาคตของเด็กในชุมชน: เมื่อโรงเรียนในชนบทต้องเสียครูเก่งและมีจิตวิญญาณไปเนื่องจากปัญหาสุขภาพและโครงสร้างที่ไม่เอื้ออำนวย เด็กๆ ในหมู่บ้านอีกจำนวนมากที่กำลังรอเข้าเรียนต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย
เสียงตื่นตัวจากสังคม: ถึงเวลาปฏิรูปสวัสดิการครูรากหญ้า
จากกรณีดังกล่าว สังคมและผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่างตั้งคำถามไปยังกระทรวงศึกษาธิการว่า เหตุใดระบบจึงปล่อยให้ครูชนบทผู้ทรงคุณค่า ต้องสู้จนร่างกายไม่ไหว ถอยออกไปเองโดยไร้การเยียวยาหรือการดูแลเชิงโครงสร้างที่มั่นคง จึงต้องควรปรับปรุงตำแหน่งและสวัสดิการของครูอัตราจ้างในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้โรงเรียนในชุมชนสามารถรักษา “ครูดี” ไว้คู่กับเด็กๆ ได้อย่างยั่งยืน
เอกชนะ นวนละมัย รายงาน 098-9515199


