วันที่ 23 ตุลาคม 2569 ณ ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พันเอก ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 นำตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยบรรเทาสาธารณภัย กรมทหารราบที่ 151 ภายใต้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 46 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและภัยธรรมชาติในช่วงปลายปี
สำหรับการตรวจความพร้อมครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งด้านกำลังพล ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
โดยมีผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 ปลัดอำเภอเมืองนราธิวาส รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะลุวอ นายทหาร นายสิบ ทหารกองประจำการ และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมตรวจความพร้อมและติดตามการเตรียมการของหน่วย
ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมเป็นช่วงมรสุมของภาคใต้ ซึ่งอาจมีฝนตกหนักต่อเนื่องและปริมาณน้ำฝนสะสมสูง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย กรมทหารราบที่ 151 จึงเร่งเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมรับภารกิจ รวมถึงกำหนดพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยอย่างชัดเจน เพื่อให้การเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง พันเอก ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติเป็นประจำทุกปี หน่วยทหารและส่วนราชการในพื้นที่จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์ช่วยเหลือ และการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบกที่มุ่งให้ส่วนราชการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส
สำหรับผลการตรวจความพร้อมในครั้งนี้ พบว่ากำลังพล ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือที่จำเป็นมีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจ โดยหน่วยได้จัดเตรียมกำลังสำหรับเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยติดตามข่าวสารและพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด รวมถึงรายงานสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับแผนและเข้าดำเนินการได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 กล่าวเพิ่มเติมว่า การช่วยเหลือประชาชนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยหน่วยได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้แต่ละกองพันอย่างชัดเจน พร้อมประสานงานกับศูนย์ติดตามสถานการณ์ระดับจังหวัด อำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงใช้ช่องทางสื่อสารร่วมกันเพื่อแจ้งเหตุ ขอรับการสนับสนุนกำลังพล และประสานการใช้ยุทโธปกรณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ หน่วยยังมีชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนและชุดปฏิบัติการด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชน ทำหน้าที่ประสานข้อมูลและสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ โดยภายหลังการตรวจความพร้อมได้มีการทดสอบเรือยาง เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ประจำเรือ ณ อ่างเก็บน้ำภายในค่ายกัลยาณิวัฒนา เพื่อประเมินสภาพการใช้งานจริงก่อนนำไปสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยผลการตรวจสอบและทดสอบอุปกรณ์โดยภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมรองรับภารกิจเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตามกรมทหารราบที่ 151 ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนส่วนราชการและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย และภัยธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสมั่นใจได้ว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติ กำลังพลทหารจะพร้อมเข้าพื้นที่และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์
ข่าว/กรียา เต๊ะตานี/นราธิวาส


