Category Archives: พระราชกรณียกิจ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พระองค์ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงาม เปี่ยมด้วยพระวิริยอุตสาหะในการศึกษาหาความรู้ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ ด้านการศึกษา ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี และทรงศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันยังทรงศึกษากฎหมาย ณ สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ควบคู่กันไปด้วย การทรงงานด้านกฎหมายและงานอัยการ ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษา พระองค์ได้ทรงเข้ารับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย และทรงปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคดีอาญาและกระบวนการยุติธรรม พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ “ความเป็นธรรมในทุกมิติ” โดยเฉพาะการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน อันเป็นที่มาของ “โครงการกำลังใจ” ซึ่งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง และส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรีจากการทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมบทบาทสตรี พระองค์ได้รับการถวายรางวัลและการยกย่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งรางวัล […]

สืบสาน รักษา ต่อยอด อนุรักษ์ ฟื้นฟู สร้างสมดุลคนกับช้าง ในโครงการ “พัชรสุธาคชานุรักษ์”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน ผ่านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในชุมชนรอบผืนป่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดในภาคตะวันออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานชื่อโครงการอันเป็นสิริมงคลว่า “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ซึ่งมีความหมายอันลึกซึ้งว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร” พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เป็นองค์ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการฯ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด การดำรงตำแหน่งองค์ประธานที่ปรึกษาของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี สะท้อนถึงพระราชหฤทัยที่ทรงใส่พระราชหฤทัยในความปลอดภัยและความผาสุขของทั้งราษฎรและสัตว์ป่า ทรงส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสมดุลใหม่ให้ช้างป่ามีแหล่งอาหารและแหล่งน้ำที่เพียงพอภายในผืนป่าลึก เพื่อลดการรบกวนชุมชน ขณะเดียวกันก็ทรงสนับสนุนการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังและการปรับวิถีเกษตรกรรมให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ นับเป็นน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาที่ทำให้ช้างไทยซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ได้รับการปกป้องให้ยืนยง และราษฎรสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน Credit : เพจเฟชบุ๊ก พระลาน

ในหลวง – พระราชินี เสด็จเปิด ‘สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 ‘ บึงกาฬ – บอลิคำไซ

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 16.05 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเป็นองค์ประธานร่วมกับ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุลิด ภริยา ในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยคณะข้าราชการ และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ต่อจากนั้น ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) […]

ในหลวง’ เสด็จพระราชทานเหรียญทองเรือใบซีเกมส์ให้ ‘พระราชินี’ ที่ทรงนำทีม SSL47 ไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์

วันที่ 18 ธ.ค. เวลา 12.45 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และทีมเรือใบ (SSL 47) ทีมชาติไทย เริ่มการแข่งขันเรือใบในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 รอบชิงชนะเลิศ ร่วมกับร่วมกับนักกีฬาจาก 4 ชาติ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเมียนมา นอกจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะทรงทำหน้าที่สำคัญบนเรือด้วยการ เป็นนักกลยุทธ์ และ เนวิเกเตอร์ อันเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่ง แล้ว ยังทรงช่วยบังคับหางเสือ เพื่อให้เรือแล่นไปยังทิศทางที่กำหนดได้อย่างรวดเร็ว แม้นักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย จะคว้าชัยเหรียญทองซีเกมส์ ประเดิมเป็นเหรียญทองเหรียญแรก ของการแข่งขันเรือประเภทคีลโบท SSL 47 ที่ถูกบรรจุเพิ่มใหม่ในซีเกมส์ปีนี้ จากจำนวน 50 ชนิดกีฬาแล้วก็ตาม หากแต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงทำงานกันเป็นทีมกับทัพนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย สู้ศึกการแข่งขันอย่างเต็มกำลังทรงใช้เข็มทิศเพื่อสังเกตุและวิเคราะห์ความได้เปรียบเสียเปรียบและวางแผนทิศทางของลมเพื่อที่จะตัดสินใจนำเรือไปในทิศทางที่ได้เปรียบที่สุด สลับกับช่วยสมาชิกทุกคนในทีม ทำหน้าที่ตามสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี จนจบการแข่งขันเก็บคะแนนในเรซที่8 […]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเหรียญรางวัลการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภทเรือคีลโบ๊ท “เอส เอส แอล 47 (SSL 47) ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 10.19 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเหรียญรางวัลการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภทเรือคีลโบ๊ท “เอส เอส แอล 47 (SSL 47) ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 ณ บริเวณโอเชี่ยน มารีน่า ยอช์ท คลับ พัทยา (Ocean Marina Yacht Club Pattaya) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และทรงส่งเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับเรือใบ “เอส เอส แอล 47 ” (SSL 47) เสด็จพระราชดำเนินไปยังบริเวณพื้นที่การแข่งขัน จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมโอเชี่ยน มารีน่า พัทยา […]

ในหลวง-พระราชินี และพระบรมวงศา​นุ​วงศ์​ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ “พระพันปีหลวง”

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 17.05 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกดิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตราชกัญญา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท […]

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 19.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๓๓ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ และผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประทับรับรอง ชั้น 2 ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ประทับหน้าอัฒจันทร์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรและของที่ระลึก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว […]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 15.16 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จ ณ ห้องกานดา ฮอลล์ โรงแรมบียอนด์ กะตะ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรการจัดงานฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรการจัดงานฯ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายธอมัสอาร์เตอร์ วิทคร๊าฟท์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานผลการแข่งขัน และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานถ้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้ชนะการแข่งขันประเภทต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรางวัล และผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขันฯ […]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ พร้อมทั้งพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยโปรดให้หน่วยงานทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง พระราชทานแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน ได้แก่ • การจัดเรืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย • การจัดสรรน้ำดื่ม อาหาร และสิ่งจำเป็นจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกระทรวงมหาดไทย • การเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการช่วยเหลือในพื้นที่ทุกแห่ง ในโอกาสนี้ยังได้อัญเชิญ พระราชกระแสรับสั่งทรงชื่นชมจิตอาสาทั่วประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันในการสนับสนุนการช่วยเหลือ ไม่เพียงเฉพาะเหตุอุทกภัยภาคใต้ครั้งนี้ แต่รวมถึงทุกสถานการณ์ที่ผ่านมาในทุกภูมิภาคของประเทศ ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทุกคนปลอดภัย และขอส่งกำลังใจกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกฝ่าย Credit : Facebook ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา (Center for Educational Technology and Resource Development) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.06 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา (Center for Educational Technology and Resource Development) ณ ที่นั้น นายหวาย จิ้นเผิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน นางสาวหลี่ ผิง อธิบดีศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรวีดิทัศน์และทรงรับฟังการบรรยายภาพรวมการพัฒนาระบบการศึกษาอัจฉริยะของสาธารณรัฐประชาชนจีน และทอดพระเนตรอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้ด้านการศึกษาอัจฉริยะ ประกอบด้วย การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ห้องทดลองเสมือนจริง หลักสูตรการเรียนการสอนปัญญาประดิษฐ์ เครื่องตรวจข้อสอบ เครื่องสอนการเขียนพู่กันจีน และเครื่องเลเซอร์แกะสลักสื่อการสอน เสร็จแล้ว  เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องทำงานของแผนกข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ทอดพระเนตรข้อมูลและสถิติด้านการศึกษาอัจฉริยะของสาธารณรัฐประชาชนจีน และการสาธิตการเรียนแบบอัจฉริยะ ผ่านระบบทางไกล ระหว่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาในกรุงปักกิ่ง กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาในมณฑลไห่หนาน  ในช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสถานที่สำคัญต่าง […]

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ