วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) สมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ นายชวพล วัฒนพรมงคล และนายนิคม มากรุ่งแจ้ง ร่วมกันรับหนังสือจากนางจิตรา จันทรากุล ผู้แทนสมาพันธ์คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบแห่งประเทศไทย เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีการทวงถามถึงสิทธิและชี้ให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติที่ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญ
โดยที่โรงเรียนเอกชนนอกระบบเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาของภาครัฐ ที่เอกชนช่วยรัฐจัดการศึกษา อาทิ การฝึกวิชาชีพ พัฒนาการศึกษา ทักษะด้านอาชีพต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งหมด 7 ประเภท แต่มี 4 ประเภทได้แก่ ประเภทวิชาชีพ ศิลปะและกีฬา สร้างเสริมทักษะชีวิต และกวดวิชา ที่ไม่ได้รับการลดหย่อนภาษี ขณะที่โรงเรียนเอกชนปกติได้รับการลดหย่อนภาษี 90% แต่ในส่วนของเอกชนนอกระบบซึ่งเป็นกลุ่มเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ โรงเรียนสอนขับรถ โรงเรียนสอนนวด และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ช่วยแบ่งเบาภาระรัฐในการสร้างคน สร้างงาน กลับถูกรัฐเรียกเก็บภาษีที่ดิน ถึง 100% สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากโรงเรียนเอกชนนอกระบบกว่า 5,000 แห่ง ประเด็นสำคัญที่สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักคือความไม่เท่าเทียมที่รัฐสร้างขึ้นจากโครงสร้างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพียง 10% สำหรับโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนอาชีวะเอกชน โรงเรียนเอกชนในระบบและโรงเรียนเอกชนนอกระบบบางประเภท เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตรา 100% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ต่างกัน สำหรับโรงเรียนเอกชนนอกระบบ 4 ประเภท ที่จัดตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม
ให้กับประเทศชาติ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน ระบุชัดเจนว่าให้รัฐสนับสนุนและลดหย่อนภาษีให้กับโรงเรียนเอกชนที่ช่วยแบ่งเบาภาระรัฐในการจัดการศึกษา แต่กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลังนั้น ไม่เห็นถึงความสำคัญของปัญหามานานถึง 8 ปี การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ เพื่อลดภาระของสถานศึกษา ภาระภาษีที่ไม่เป็นธรรม
ส่งผลกระทบไปถึงผู้เรียนที่ต้องมาร่วมแบกรับโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม จึงขอให้หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบได้รับการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้เท่าเทียมกับโรงเรียนเอกชนอื่น
นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า จะดำเนินการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และกระทรวงการคลัง ร่วมชี้แจงเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันต่อไป
Cr.Facebook สว.โบ๊ต ปริญญา


