Author Archives: admin

การเผยแพร่ข้อมูลและภาพข่าวในช่วงโศกนาฏกรรม

ไม่กี่วันที่ผ่านมาได้เกิดเหตุคนร้ายบุกคร่าชีวิตเด็กและผู้คนเกือบ 50 ชีวิต ที่จังหวัดหนองบัวลำภู  เป็นเรื่องที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง  ไม่ว่าจะเป็นใครย่อมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวแม้แต่ผู้เขียนเอง  ที่ได้ติดตามข่าวความน่าสลดใจดังกล่าวตลอดหลายวันที่ผ่านมา  แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าเสียใจไม่แพ้กันคือ “การเผยแพร่ข้อมูลโดยขาดความรับผิดชอบ”      ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุใหม่ๆ  ผู้เขียนได้รับข้อมูลเหตุการณ์หลังเกิดเหตุประมาณ 40 นาที  ซึ่งเป็นโพสต์ข้อความทั่วไปในเฟสบุ๊ก แต่คอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวได้มีผู้คนมาคอมเมนต์”ภาพผู้เสียชีวิตโดยไม่มีการปกปิดใด ๆ” ขอย้ำว่าไม่มีการปกปิดใด ๆ จากนั้นก็เริ่มมีการนำรูปดังกล่าวไปเผยแพร่ในช่องทางอื่น ๆ อีกมากมาย  จนเกิดกระแสให้งดการเผยแพร่ภาพดังกล่าว  ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรงดกระทำจริง ๆ ลองนึกภาพด้วยความคิดของตนเองดูสิครับ  หากในภาพดังกล่าวเป็นคนที่เรารัก  แล้วเราเห็นรูปเขาในสภาพที่ไม่ดีปรากฏในที่พื้นที่โซเชียลซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็ไม่ต่างจากการที่ถูกคนอื่นเอารูปดังกล่าวติดในพื้นที่สาธารณะรอบตัวเราให้เราได้เห็นทุกเวลา มันคงเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตาม      ที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นกรณีของบุคคลทั่วไปที่อาจจะไม่รู้อะไร หากตักเตือนกันแล้วไม่กระทำต่อไปก็เป็นเรื่องที่ดี  แต่ที่เป็นปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ “การปฏิบัติงานของสื่อมวลชน” ที่สื่อมวลชนบางสำนักรักษาความเสมอต้นเสมอปลายในการหาข่าวโดยไม่สนใจความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรม  ทั้งที่ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้  ครั้งที่ผ่าน ๆมาก็เคยทำมาแล้ว  และครั้งนี้ก็ยังทำเหมือนเช่นเคย  มีทั้งการไปสัมภาษณ์ญาติผู้เสียชีวิตหรือพ่อแม่ที่เสียลูกในเหตุการณ์หรือผู้ที่รอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ว่ารู้สึกอย่างไรกับการสูญเสีย  ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะทำในช่วงเวลาที่โศกเศร้าเช่นนี้  สื่อมวลชนบางช่องก็ทำวิดีโอจำลองเหตุการณ์การคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ให้ประชาชนดูในช่วงเวลาที่สลดหดหู่อีก      แม้ที่ผ่านมากสื่อมวลชนมักจะบอกสังคมอยู่เสมอว่า พวกเราดูแลกันเองได้ แต่เท่าที่สังคมได้รับรู้ก็มีเพียงแถลงการณ์ขอโทษที่มันไม่ได้ช่วยอะไรกับรอรับบทลงโทษจากกสทช.ที่ไม่ได้กระทบกับรายได้ของสถานีเท่าไหร่นัก  อีกนานแค่ไหนที่ปัญหาพวกนี้จะได้รับการแก้ไขเสียที      สุดท้าย ขอฝากวิธีการดูแลจิตใจเมื่อทราบข่าวหรือเห็นความรุนแรงจากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์  เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีแนวทางดูแลสุขภาพจิตของตนเองให้แข็งแรงสดใสอยู่เสมอ จัตุราคม

ในหลวงทรงเสด็จเยี่ยม ผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงจังหวัดหนองบัวลำภู

วันที่ 7 ตุลาคม 2565  เวลา 21.38น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเด็กชายกฤษกร เรืองเจริญ อายุ 3 ขวบ ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู และพระราชทานกระเช้าของเยี่ยมแก่บิดามารดา ณ โรงพยาบาลอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เพื่อทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย โดยมีประชาชนร่วมรับเสด็จฯ โดยก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ. สุรยุทธ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อม 3 องคมนตรี พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ดร.อำพน กิตติอำพน เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงศูนย์เด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู ณ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณารับผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้งหมด ขอบคุณเครดิตภาพ จากเพจ : โบราณนานมา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา​ เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เมื่อเวลา 17.24 น. วันที่ 3 ตุลาคม​ 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา​ พัชร​สุธา​พิมล​ลักษณ​ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง ตามลำดับดังนี้ นายเฟลมิง ราอุล ดูอาร์เต ราโมส ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐปารากวัยประจำประเทศไทย นายษามิร อัลอัดวาน ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดนประจำประเทศไทย นายอะยิส ลุยซู ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เฝ้าทูลฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐไซปรัสประจำประเทศไทย นายอัรดะชีร เกาะดีรี ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐทาจิกิสถานประจำประเทศไทยคนแรก นายเออร์เนสต์ อึมบาอิมบา อึนโดมาฮีนา ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงปักกิ่ง […]

แนวพระราชดำริ ในหลวง ร.9 ทรงแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุม ซึ่งมักได้รับพายุฝนติดต่อกันหลายวันในฤดูฝน ทําให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นพื้นที่กว้างใหญ่เป็นประจําเกือบทุกปี ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของชาติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนและความลำบากของพสกนิกร ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษนับตั้งแต่ทรงครองราชย์ พระองค์จึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ‘น้ำ’ อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำ การเก็บกัก การระบาย การควบคุม การทำน้ำเสียให้เป็นน้ำดี ตลอดจนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในด้านทฤษฎีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุม มีฝนตก และปริมาณน้ำฝนสูง จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมอยู่ในหลายพื้นที่เกือบทุกภูมิภาค พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และทรงคำนึงถึงการเลือกใช้วิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพท้องที่ และสมรรถนะของกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ตลอดจนงบประมาณค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ – การก่อสร้างคันกั้นน้ำ คันกั้นน้ำส่วนใหญ่สร้างด้วยดินถมบดอัดแน่น สูงพ้นระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เป็นวิธีป้องกันน้ำท่วมที่นิยมทํากันมาช้านาน กรมชลประทานได้ก่อสร้างคันกันน้ำเพื่อสนองพระราชดำริ ได้แก่ คันกั้นน้ำของ โครงการมูโนะ และ โครงการปิเหล็ง จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น – การก่อสร้างทางผันน้ำ เป็นการขุดคลองสายใหม่เชื่อมต่อกับลำน้ำที่มีปัญหาน้ำท่วม เพื่อผันน้ำทั้งหมดหรือบางส่วนที่ล้นตลิ่งให้ไหลไปตามทางผันน้ำที่ขุดขึ้นมาใหม่ ไปลงลำน้ำสายอื่น หรือระบายออกสู่ทะเล แล้วแต่กรณี – การปรับปรุงสภาพลำน้ำ เป็นวิธีการปรับปรุงและตกแต่งลำน้ำเพื่อเพิ่มความสามารถของลำน้ำ ในฤดูน้ำหลากให้น้ำไหลได้สะดวกขึ้น […]

พระสมเด็จพิมพ์พระครูมูล กรุวัดนครชื่นชุ่ม ปี ๒๕๐๙

สมเด็จพิมพ์นี้เป็นพิมพ์นิยมและหายากมากพิมพ์หนึ่งของชุดพระสมเด็จพระครูลมูล ผสมผงเก่ากรุบางขุนพรหม หลวงพ่อเงิน, หลวงพ่อน้อย, หลวงพ่อทองอยู่ ปลุกเสก มีประวัติการสร้างบันทึกไว้อย่างชัดเจนถือเป็นที่สุดของพิธีและมวลสาร เป็นพระอีกสำนักหนึ่งที่นักนิยมสะสมพระเครื่องน่าเช่าหาเก็บไว้บูชา พระชุดนี้มีสร้างไว้หลายพิมพ์ ซึ่งมีทั้งแบบบรรจุกรุ และไม่บรรจุกรุ เกจิร่วมปลุกเสก อาทิ – หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม – หลวงพ่อทองอยู่ วัดหนองพะอง – หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา – พระอาจารย์ชั้ว วัดนครชื่นชุ่ม Credit : ว.พรหมทอง

พันธมิตรสื่อมวลชน

นายสัณพงศพร ผลพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร นสพ.มติรัฐ พร้อมคณะทำงาน เดินทางลงพื้นที่ภาระกิจ จ.ชุมพร เข้าพบ นายเอกชนะ นวนละมัย บรรณาธิการบริหาร นสพ.ดาวใต้ (นายกสมาคมสื่อภูมิภาคจังหวัดชุมพร) และนายธนากร โกศลเมธี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชุมพร พร้อมกับคณะสมาชิกสื่อภูมิภาคจังหวัดชุมพร ร่วมพูดคุยแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อการบูรณาการ ในวิชาชีพสื่อสารมวลชนให้สอดรับกับสถานะการณ์สงครามข่าวสารในยุคปัจจุบัน “เราจะจับมือแล้วร่วมเดินบนเส้นทางสื่อมวลชนไปด้วยกัน”

ขนมดอกโสนกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ต้นโสน เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่ตามพืชที่แหล่งน้ำ มีคุณสมบัติในการตรึงธาตุไนโตรเจนลงดินจากแบคทีเรียไรโซเบียมที่อยู่ในปมราก ซึ่งไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชที่ช่วยให้พืชมีใบเขียว แตกยอดดี และต้นสูง โดยปกติธาตุนี้จะอยู่ในอากาศเป็นก๊าซชนิดหนึ่ง ซึ่งพืชไม่อาจนำมาใช้ได้ จึงต้องผ่านกระบวนการตรีงลงสู่ดินด้วยแบคทีเรียเสียก่อนหรือถูกทำเป็นรูปที่สามารถนำไปใช้งานได้เลย เช่น ปุ๋ยเคมี ซึ่งจะเป็นรูปแบบไอออนที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ นอกจากจะมีประโยชน์ด้านการบำรุงดินแล้ว ในวัฒนธรรมการกินของไทยเรา ต้นโสนนั้นจะมีหนอนด้วงชนิดหนึ่งที่อาศัยในต้นโสน แล้วคนสมัยก่อนจะนำหนอนเหล่านั้นมาให้ดูดน้ำกะทิแล้วนำไปทำเป็นอาหาร ซึ่งจะมีรสชาติมันอร่อย นอกจากอาหารคาวแล้วยังมีอาหารหวาน  โดยนำดอกโสนมาทำเป็นขนมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า”ขนมดอกโสน” ด้วยการนำดอกโสนมาคลุกกับแป้งข้าวจ้าวและมะพร้าวขูด จากนั้นนำไปนึ่งให้สุก เมื่อสุกแล้วหากจะกินก็นำมาคลุกกับมะพร้าวขูดและน้ำตาล ส่วนอีกตำรับหนึ่ง จะนำดอกโสน น้ำตาลปี๊บและแป้งข้าวจ้าวผสมน้ำ กวนในกระทะจนเหนียวหวาน เมื่อจะกินก็จะปั้นลูกกลม ๆ แล้วคลุกด้วยมะพร้าวขูด       แต่อาหารทั้งสองอย่างนี้กลายเป็นสิ่งที่หากินได้ยากในปัจจุบัน เรื่องด้วยการที่ต้นโสนเป็นพืชที่ขึ้นตามแหล่งน้ำ  แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นแหล่งที่ขึ้นของต้นโสนก็ถูกนำไปพัฒนาเป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อสนองความต้องการทางเศรษฐกิจ เพื่อความเจริญและความมั่งคั่งทางการเงินของผู้คนในสังคม แม้แต่แม่น้ำลำคลองที่สมัยก่อนเป็นเส้นทางในการสัญจร แหล่งน้ำดำรงชีพ พื้นที่หาสัตว์น้ำเพื่อดำรงชีพ และเป็นหนึ่งในแหล่งอาศัยของต้นโสนด้วยเช่นกัน ก็กลายเป็นที่ทิ้งน้ำเสียของทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและครัวเรือนต่างๆ ทำให้น้ำในแม่น้ำลำคลองเน่าเสีย สัตว์น้ำพืชน้ำล้มตาย หากรอดตายก็ไม่อาจนำมาบริโภคได้เพราะมีกลิ่นและรสชาติที่แย่ ซึ่งรวมถึงดอกโสนที่จะนำมาทำขนมด้วย  หากไม่ได้เป็นดอกโสนที่ขึ้นในพื้นที่ที่สะอาด ก็จะไม่มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้มีกลิ่นเหม็นเขียว แม้จะไม่ได้ขึ้นในแหล่งน้ำเน่าเสียแต่อยู่ในพื้นที่ที่อากาศเป็นมลพิษจากเชม่าควันหรือสารเคมีต่าง ๆ ก็จะทำให้มีกลิ่นเหม็นเขียวเช่นกัน จะเห็นได้ว่าหากสิ่งแวดล้อมแย่ลง น้ำเสีย อากาศเป็นพิษ ย่อมส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นสิ่งที่สร้างวัฒนธรรมการกินของผู้คนในสังคม หากเรายังไม่ใส่ใจกันอยู่เช่นนี้ […]

คำพ่อสอน “ความเพียร”

…การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทน คือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันควรทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีควรต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง Credit : ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เตือนภัยพายุ “โนรู”

28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2565 พายุ “โนรู” เคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีฝนตกหนักหลายแห่งและมีฝนตกมากในบางพื้นที่ กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมอาจทำให้มีน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากโปรดติดตามสถานะการณ์ข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างอย่างใกล้ชิดต่อไป

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ