นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานพิธีทำบุญครบ 100 วัน กุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายแด่พระราชมงคลวชิราคม อุดมธรรมสุนทร (หลวงปู่แผ้ว ปฺวโร) ณ กุฎิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (รางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์จากทุกสารทิศ พร้อมใจกันมาร่วมถวายดอกบัว บูชาด้วยความอาลัย และร่วมบุญสร้าง วิมานแก้ว (โลงแก้ว) แด่หลวงปู่ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที และน้อมรำลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้เมตตาไว้ และทางวัดได้ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหากุศลครั้งสำคัญนี้ ขออานิสงส์แห่งบุญกุศลในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีความร่มเย็นเป็นสุข ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง คิดหวังสิ่งใดอันเป็นไปโดยชอบ ขอจงสำเร็จสมดังปรารถนาทุกประการ เทอญ สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม
Monthly Archives: March 2026
ประเด็นข้อกฎหมาย : จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สมรส ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในหนี้ที่เกิดจากการขอมีและขอเพิ่มวงเงินขายตั๋วสัญญาใช้เงินหรือไม่ ข้อเท็จจริง โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด จำเลยที่ 1 ทำคำขอมีวงเงินขายตั๋วสัญญาใช้เงินกับโจทก์ และต่อมาขอเพิ่มวงเงินหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 22,000,000 บาท ในการขอมีวงเงินและขอเพิ่มวงเงินดังกล่าว มีจำเลยที่ 2 ในฐานะคู่สมรสให้ความยินยอม โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5326/2568 วินิจฉัยว่า “การให้ความยินยอมของคู่สมรสในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับการจัดการสินสมรสอยู่ในบังคับบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476” ซึ่งกำหนดให้เฉพาะการจัดการสินสมรสที่มีความสำคัญตามมาตรา 1476 (1) ถึง (8) ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย แต่การที่จำเลยที่ 2 ทำหนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส ในการทำนิติกรรมขอมีวงเงินขายตั๋วสัญญาใช้เงิน และขอเพิ่มวงเงินขายตั๋วสัญญาใช้เงินกับโจทก์ “หาได้อยู่ในบังคับมาตรา 1476 หรือเป็นการจัดการสินสมรสโดยตรงไม่” กรณีจะเป็นหนี้ร่วม ต่อเมื่อจำเลยที่ 2 คู่สมรสได้ให้สัตยาบันตามมาตรา 1490 (4) เท่านั้น หนังสือให้ความยินยอมดังกล่าวมีข้อความระบุว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ความยินยอมต่อการที่คู่สมรสทำคำขอ สัญญา ข้อตกลงเกี่ยวกับการขอใช้สินเชื่อทุกลักษณะหรือนิติกรรมใด […]
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทในวงเหล้าถึงขั้นใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายกันครั้งนี้ เกิดขึ้นหน้าร้านของชำภายใน ซอยหมู่บ้านภัทรนิเวศน์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.เปาโล และสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ ผู้บาด คือ นายบัญญัติ แจ่มฤทัย อายุประมาณ 55 ปี ตำแหน่งช่างไฟฟ้าของกรมอุตุฯ มีบาดแผลที่ไหลปลาร้าข้างข้างซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสหมดสตินอนจมกองเลือดอยู่ที่หน้าร้านค้าของชำตนเอง โดยมีทางด้านครอบครัวพากันร้องไห้โฮ ด้วยความตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กู้ชีพโรงพยาบาลเปาโล จึงเข้าปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือพาตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายประสิทธิ์ การสมมิตร อดีตพนักงานดับเพลิงเทศบาลบางปู ซึ่งเจ้าตัวยังสวมใส่ชุดดับเพลิงคาอยู่ และถูกบรรดาญาติญาติพี่น้องของ นายบัญญัติ ช่วยกันรุมสะกรัม และใช้ มีด พร้อมทั้งขวดเบียร์ฟาดที่หัว ของ นายประสิทธิ์ จนบาดเจ็บ หลังจากที่พยามหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และกู้ภัยจึงช่วยกันปฐมพยาบาลให้ กับ นายประสิทธิ์ ซึ่งพบบาดแผลจากการถูกมีดแทงเข้าที่ชายโครงฝั่งซ้ายและบาดแผลจากการถูกขวดเบียร์ฟาดที่ศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บ […]
ข่าวภาคกลาง, ข่าวภูมิภาค
สมุทรปราการ – เรื่องเล็กกลายเป็นเหตุใหญ่ เข็นรถชนกัน วัยรุ่นคว้ามีดแทงหลังเจ็บสาหัส เข็นรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันเล็กน้อย แต่กลับบานปลายเป็นเหตุรุนแรง เมื่อวัยรุ่นอายุ 17 ปี ชักมีดแทงคู่กรณีวัย 23 ปี เข้าที่แผ่นหลัง 1 แผล อาการสาหัส ก่อนหลบหนีไปกบดานในวัดใกล้เคียง สุดท้ายไม่รอด ถูกตำรวจตามรวบตัวได้ทันควัน เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 16.20 น. พนักงานสอบสวน สภ.บางปู จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ภายในซอยเทศบาลบางปู 124 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิบางปู 811 เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านภายในซอยดังกล่าว พบผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือ นายศิริศักดิ์ เพ็ชรจั่น อายุ 23 ปี นอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณด้านหลัง 1 แผล ลักษณะบาดแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน จากการสอบถามพยานแวดล้อมทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายเป้ อายุ 17 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปยังวัดใกล้เคียง ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางปู ลงพื้นที่ติดตามตัวจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย น.สภิญาดา กิตติราช อายุ 17 ปี แฟนสาวของผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุแฟนของตนได้เข็นรถจักรยานยนต์ถอยหลังแล้วไปเฉี่ยวชนกับรถของผู้ก่อเหตุ ทำให้เกิดความไม่พอใจ แม้จะพยายามขอโทษแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุยังคงไม่ยอม […]
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. นางสาวชนิสรา สนองผัน อายุ 46 ปี หอบหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าแห่งหนึ่ง ภายในซอยมังกร-ขันดี ในพื้นที่ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวนของ สภ.บางปู ให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายชายหนึ่งคน ที่กลายเป็นมิจฉาชีพทำทีมาขอซื้อพวงมาลัยแบงค์เพื่อจะเตรียมไปมอบเป็นของขวัญให้กับบุตรในวันปัจฉิม ซึ่งผู้ก่อเหตุอาศัยจังหวะที่แม่ค้ารายนี้กำลังวุ่นกับการเก็บร้าน จึงทำทีขอซื้อพวงมาลัยและแจ้งขอโอนจ่าย พอมาตรวจสอบพบว่าไม่มียอดเงินเข้าบัญชี ซึ่งทราบภายหลังว่าผู้ก่อเหตุรายนี้ยังไปก่อเหตุกับแม่ค้ารายอื่นในทำนองเดียวกัน จึงตัดสินใจมาแจ้งความเอาผิดผู้ก่อเหตุ นางสาวชนิสรา สนองผัน อายุ 46 ปี (เสื้อชมพู) ผู้เสียหายซึ่งเป็นแม่ค้าขายพวงมาลัยเล่าถึงพฤติกรรมของมิจฉาชีพว่า เหตุเกิดขณะที่กำลังตั้งร้านขายพวงมาลัยอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน ได้มีชายขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาสอบถามราคาพวงมาลัย ซึ่งมีตั้งแต่ราคา 500 บาท ไปจนถึง 1,100 บาท โดยในตอนแรกคนร้ายสั่ง 1 พวง ก่อนจะเปลี่ยนใจสั่งเพิ่มเป็น 2 พวง รวมยอดเงินทั้งหมด 2,200 บาท ในระหว่างการโอนเงิน คนร้ายทำทีเป็นตรวจสอบชื่อบัญชีว่าถูกต้องหรือไม่ ก่อนจะโชว์สลิปที่ดูเหมือนว่าบันทึกสำเร็จแล้วให้ดู ซึ่งจังหวะนั้นผู้เสียหายได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นพอดี จึงหลงเชื่อว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว […]
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น.ที่ โรงแรมราชศุภมิตร อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พลเอกสิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รศ.(พิเศษ) พล.ต.ท.ดร.ณรงค์ กุลนิเทศ หัวหน้าโครงการฯ ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ แนวทาง และยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสะท้อนความคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย อันจะนำไปสู่การพัฒนากลไกการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยประเด็นสำคัญที่ได้รับการสะท้อน ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าทัน การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล การคุ้มครองสิทธิในบริการโทรคมนาคม และปัญหาการโฆษณาเกินจริงในหลากหลายช่องทาง ทั้งนี้ ผลจากเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกันด้านข้อมูลข่าวสาร” ให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณในยุคดิจิทัล ควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคในระดับพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ในการจัดเวทีครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากร เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศ โดยเฉพาะในบริบทของกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนในปัจจุบัน ในระยะต่อไป […]
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. สมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 7 โดยการมอบหมายของ นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ นายกสมาคมฯ ได้ให้นายสายชล ตันมันทอง อุปนายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการกลาง สาขา 10 หนองตากยา และรางสาลี่ เข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาราคาอ้อยตกต่ำในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ผ่านนายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 2 เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหา การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาผลผลิตในตลาด รวมถึงปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตรกร ทั้งนี้ การยื่นข้อเสนอผ่านผู้แทนราษฎรถือเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารปัญหาจากภาคเกษตรกรรมสู่ระดับนโยบาย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ อาทิ การประกันราคาผลผลิต การบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล รวมถึงการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพด้านราคาและความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมในระยะยาว การเคลื่อนไหวในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งความพยายามของภาคประชาชนในการผลักดันเชิงนโยบาย เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ทีมข่าวภาคตะวันตก
จังหวัดกาญจนบุรีเดินหน้าฟื้นฟูระบบนิเวศป่าสลักพระ ปล่อย “วัวแดง” เพิ่มอีก 3 ตัว คืนสู่ธรรมชาติ ในกิจกรรมปล่อยวัวแดงครั้งที่ 6 ท่ามกลางความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชนจิตอาสากว่า 500 คน วันที่ 27 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่หน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ (เขาเสือ) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีปล่อยวัวแดงคืนสู่ป่า โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายชุมพล แก้วเกตุ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายเสรี นาคบุญ หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนายวสันต์ […]
วันที่ 27 มีนาคม 2569 พี่น้องชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวเตรียมตัวพบกับงานบุญครั้งใหญ่ในพื้นที่ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ กับงาน “สืบสานประเพณีสงกรานต์ชาวเหนือ กอดอกแก้ว บ้านท่าข้ามเหนือ” ที่จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามและสร้างความรักความผูกพันในชุมชน ภายในงานท่านจะได้พบกับกิจกรรมส่งเสริมประเพณีท้องถิ่นที่หาชมได้ยาก การรดน้ำดำหัวตามแบบฉบับชาวเหนือ และบรรยากาศความสนุกสนานท่ามกลางกลิ่นอายดอกแก้วที่อบอวล โดยมีกำหนดการจัดงานใน วันที่ 16 เมษายน 2569 ณ พื้นที่บ้านท่าข้ามเหนือ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูกกล่าว รู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในโอกาสที่ได้เข้าร่วมงาน ในโอกาสนี้ทางโครงการคนละลูกต้องขอขอบคุณ บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) ผลิตภัณฑ์KC บริษัท พี.เค.พี. เท็กซ์ไทล์ โปรดักส์ จำกัด ห้างขายยาตราใบห่อ บริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด และสำนักสื่อมวลชนทุกสำนัก ที่สนับสนุนโครงการมาโดยตลอด
คำตอบคือ ยังมีความผิดได้อยู่ หากยังไม่มีการออก พระราชบัญญัติยกเลิก มาใช้บังคับจริง คดีนี้เกิดอะไรขึ้น? คดีนี้จำเลยออกเช็คจำนวน 282,000 บาท เพื่อชำระหนี้ค่าเสียหายจากการรับจ้างปลูกสร้างบ้าน แต่ทำงานไม่เสร็จตามแบบ พอถึงเวลานำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารกลับปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะ เงินในบัญชีไม่พอจ่าย จำเลยสู้คดีว่า คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 แล้ว เพราะต้องการให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ดังนั้น ตนจึงไม่ควรมีความผิดและไม่ต้องรับโทษอีก แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มติของคณะรัฐมนตรีเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการออกกฎหมายเท่านั้น ยังไม่ใช่การยกเลิกกฎหมายที่มีผลใช้บังคับทันที พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ ครม. เห็นชอบแล้ว ถ้ายังไม่มี พระราชบัญญัติยกเลิก ออกมาใช้จริง กฎหมายเดิมก็ยังไม่หายไป ดังนั้น พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 จึง ยังคงมีผลใช้บังคับ และยังมีโทษทางอาญาอยู่ตามเดิม เมื่อการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิด จำเลยจึงยังต้องรับโทษตามกฎหมายเช็คต่อไป ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น สรุปสั้น ๆ มติ ครม. ให้ยกเลิกกฎหมาย ยังไม่เท่ากับ […]











