Category Archives: สืบจากข่าว

ถ่ายไปตามใจฉัน : สวนรมณีนาถยามค่ำคืน กรุงเทพ

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ผู้เขียนกำลังเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงาน ในทุกๆวันนั้นต้องเดินผ่าน”สวนรมณีนาถ” สวนสาธารณะผืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณเสาชิงช้าใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับประวัติของสวนรมณีนาถโดยสังเขป แต่เดิมคือพื้นที่เรือนจำเก่าเมื่อครั้งสมัยสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนที่ทางกรมราชทัณฑ์จะย้ายออกไปหลังสร้างเรือนจำแห่งใหม่แล้วเสร็จ จึงเหลือเพียงพื้นที่รกร้าง ต่อมาถึงมีโครงการปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสวนสาธารณะเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระพันปีหลวง ด้วยความที่เป็นสวนสาธารณะติดกับเสาชิงช้า จึงมีผู้หลักผู้ใหญ่จากศาลากลางกรุงเทพฯมาใช้บริการบ่อย สวนแห่งนี้จึงต้องปรับปรุงตลอดเวลาเมื่อบริการประชาชนอย่างทั่วถึง สุดท้ายนี้ จะฝากภาพถ่าย 3 รูปจากภายในสวนรมณีนาถให้รับชมกัน เพื่อสัมผัสความสวยงามบางสวนของที่แห่งนี้ยามค่ำคืน ว่าที่ร.ต.เพชรายุทธ ทรงชุ่ม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติรัฐประจำจังหวัดสมุทรสาคร รายงาน

ประวัติวันพ่อแห่งชาติ

วันพ่อแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้งยังเป็น วันชาติ ด้วย ซึ่งกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติที่จัดขึ้นติดต่อกันทุกปีตั้งแต่ พ.ศ. 2523 นั้นริเริ่มโดยนายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา คุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต มีสัญลักษณ์ที่ใช้ในวันพ่อ ได้แก่ ดอกพุทธรักษา ซึ่งเป็นชื่ออันมีมงคล ความสำคัญของวันพ่อ พ่อ นับว่าเป็นผู้ที่มีพระคุณและมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและสังคม เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เป็นลูกควรจะให้ความเคารพ เทิดทูน และตอบแทนพระคุณท่านด้วยความกตัญญู อีกทั้งยังเป็นเรื่องอันสมควรที่สังคมจะยกย่องให้เกียรติรำลึกถึงผู้เป็น พ่อ จึงได้มีการถือเอาวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็น วันพ่อแห่งชาติ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยนานัปการ ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา ทรงรักใคร่และห่วงยังใยตั้งแต่พระเยาว์มาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพระเจ้าหลานเธอทุกพระองค์ ต่างซาบซึ้งและปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณมิรู้ลืม เรียกได้ว่าพระองค์ทรงเป็น พ่อ ตัวอย่างของปวงชนชาวไทยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณา ดอกไม้วันพ่อ เป็นที่ทราบกันดีว่าดอกไม้ประจำวันพ่อนั้น คือ ดอกพุทธรักษา เนื่องมาจากดอกไม้ชนิดนี้มีสีเหลืองสวยงาม ตรงกับสีของวันพระราชสมภพในพระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว (วันจันทร์) อีกทั้งยังเป็นพันธุ์ไม้มงคลที่เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าที่คอยปกปักษ์รักษาโลกให้มีแต่ความสงบสุข ไม่เกิดเรื่องที่ทำให้มีแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจ และรอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง ฉะนั้น ดอกพุทธรักษา จึงเป็นดอกไม้ประจำวันพ่อแห่งชาติที่มีคุณสมบัติหลายประการเหมาะสม ครบถ้วน เหมาะสำหรับใช้เป็นตัวแทนเพื่อส่งมอบความเคารพบูชาให้กับพ่อ พร้อมทั้งเป็นการอวยพรให้ท่านได้รับการคุ้มครองปกป้องให้เกิดความสงบสุข ปราศจากอันตรายใดๆ ทั้งปวง ดอกพุทธรักษา เป็นที่รู้จักกันมาอย่างยาวนับร้อยๆ ปี ถูกพบครั้งบนหมู่เกาะเวสต์อินดี ในแถบอเมริกาใต้ก่อนที่พันธุ์ไม้ชนิดนี้จะได้รับการพัฒนาและขยายพันธ์มาเรื่อยๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย ซึ่งต้นพุทธรักษามีชื่อเรียกอื่นอีกว่า พุทธศร หรือ บัวละวงศ์ เป็นพืชในวงศ์ CANNACEAE เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีเนื้ออ่อนอวบน้ำ ลำต้นมีความสูงประมาณ 12 […]

ผ่าปัญหา “คอร์รัปชัน” ภาครัฐ อึ้ง! พบเงินบาปพุ่งปีละ 5 แสนล้าน

ผ่าปัญหา “คอร์รัปชัน” ในหน่วยงานภาครัฐ เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ประเมินพบเงินบาปพุ่งปีละ 5 แสนล้าน เช็ครายละเอียดเงินทุจริตมูลค่ามหาศาลตกไปอยู่เรื่องไหน ใครมีเอี่ยวบ้าง ปัญหา “คอร์รัปชัน” นับเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่คล้ายกับสนิมกัดกินประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลาย ๆ ภาคส่วนจะพยายามหาทางควบคุมปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น แต่ปัญหาดังว่านี้ก็ยังไม่ทุเลาลงไปอย่างชัดเจนเป็นรูปเป็นร่าง มีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับตัวเลขการ “คอร์รัปชัน” ในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนับเป็นเงินบาปที่ยากจะหาทางแก้ไขให้หมดสิ้นปจากประเทศไทย โดยข้อมูลจาก ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเงินคอร์รัปชันในภาครัฐ ซึ่งแต่ละปีอาจมีเงินบาปจากคอร์รัปชันในภาครัฐสูงถึง 5 แสนล้านบาทสำหรับเงินคอร์รัปชันในภาครัฐ นั้น ดร.มานะ มองว่า สาเหตุหลัก ๆ เกิดจากกลโกง 3 ประเภทนั่นคือ “โกงหลวง ฉ้อราษฎร์ และกัดกินกันเอง” ความเสียหายนี้ยังไม่รวมความเดือดร้อนและผลกระทบต่อประเทศชาติ ประชาชน คนทำมาค้าขายที่ตามมาอีกมากมายสำหรับกลโกงคอร์รัปชันในภาครัฐ สรุปแยกออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้1. โกงหลวงส่วนใหญ่เป็นเงินทอนในการจัดซื้อจัดจ้าง มีมูลค่า 2 – 3 แสนล้านบาทต่อปี […]

ความจริงที่ต้องรู้พื้นที่ “บ้านหนองจาน”

บ้านหรือ ค่ายผู้อพยพหนองจาน หรือ ศูนย์พักพิงหนองจาน (Nong Chan Refugee Camp) หรือไทยจะรู้จักกันในชื่อ แคมป์ 511. พื้นที่ตรงนี้ในอดีตเคยเป็นค่ายผู้อพยพขนาดใหญ่ลำดับแรกๆ เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2522 ที่มีการจัดตั้งและการบริหารจัดการ ค่ายผู้อพยพอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง ได้แก่ โนนหมากมุ่น และหนองเสม็ด ไว้รองรับชาวกัมพูชา (เขมรอพยพ) หนีการอดตายและการรุกรานของกองกำลังเวียดนามที่เข้ารุกรานกัมพูชาธิปไตย (ซึ่งเป็นชื่อประเทศในขณะนั้น ) โดยราวๆ เดือนสิงหาคม ปี 2522 ค่ายผู้อพยพหนองจานมีผู้อพยพอยู่ประมาณ 13,000 กว่าคน เหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงมากเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวกับค่ายผู้อพยพหนองจาน คือ Land bridge เป็นเส้นทางการขนส่งอาหาร บ้านหนองจาน ที่นี่นอกจากเป็นแหล่งที่ตั้งของค่ายผู้อพยพแล้วยังเป็นแหล่งแจกจ่ายอาหารและเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เขมรอพยพด้วย โดยในปี 2523 องค์กรบรรเทาทุกข์และ CARE ได้จัดส่งเมล็ดพันธุ์ข้าว อุปกรณ์ทำนาและอุปกรณ์หาปลามาให้ชาวเขมรอพยพ ทำให้ผู้อพยพเริ่มทำนาและหาปลาในพื้นที่ดังกล่าว ในเดือนเมษายนปีนั้น ผู้อพยพได้รับอาหาร เมล็ดพันธุ๋และอุปกรณ์ทั้งสิ้น 340,000 รายที่บ้านหนองจานแห่งนี้ยืนยันได้ชัดๆว่า “บ้านหนองจาน – และสระน้ำยูเอ็น” […]

ปฏิเสธเลยไม่ได้ว่า “ไม้กฤษณา” เป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่ามีราคาสูงกว่า “ทองคำ”

ไม้กฤษณาคุณภาพเยี่ยมอาจมีราคาสูงถึง 4 ล้านบาทต่อกิโลกรัม ไม้กฤษณาจึงได้สมญานามว่า “ไม้ของพระเจ้า” สำหรับตลาดไม้กฤษณา (Agarwood) ในประเทศไทยและทั่วโลกมีความหลากหลาย แต่ตลาดหลักๆ ที่มีความต้องการสูง ได้แก่ ตลาดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน ในประเทศไทยเอง ตลาดไม้กฤษณายังมีการซื้อขายทั้งในรูปแบบของการส่งออกและภายในประเทศ โดยมีการซื้อขายทั้งในรูปแบบของแก่นไม้ น้ำมันหอม และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ แต่ปัญหาที่พบในวงการไม้กฤษณาในประเทศไทย คือ ข้อมูลในหลักวิชาการขั้นตอนการปลูก การกระตุ้นสารหอมในไม้กฤษณา ไม่ได้ถูกรวบรวมเป็นทางการทำให้การได้ผลผลิตในแต่ละต้นและในแต่ละกลุ่มที่ทำต้องลองผิดลองถูกเอาเอง ภายใต้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ค้นพบภายในกลุ่ม ทำให้เกิดผลเสีย คือ การปลูกไม้กฤษณาได้รับความนิยมปลูกลดน้อยลง เนื่องจากปลูกแล้วทำขั้นตอนกระตุ้นสารหอมในไม้กฤษณาไม่ได้ผลเท่าที่ควร ประกอบกับมีกระบวนการรับซื้อไม้กฤษณาในราคาต่ำมาก ( 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท ) ทำให้ผู้ปลูกมองว่าไม่คุ้มค่าจึงทยอยเลิกปลูกไม้กฤษณาไป แต่ขณะเดียวกันผู้รับซื้อไม้กฤษณาต่อจากชาวบ้านบางกลุ่มอาจมีความเชี่ยวชาญและสามารถมีรายได้เฉลี่ยต่อต้นถึง 400,000 บาท ถึง 1,000,000 บาทเลยทีเดียว คุณเฉลิมเกียรติ ลีวงศ์เจริญ เจ้าของไร่นศิริน ที่ปลูกไม้กฤษณา กว่า 1,000 ต้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ด้วยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ โดยตลอดระยะเวลากว่า 30  ปี ได้ศึกษาเก็บข้อมูลทดสอบทฤษฎีต่างๆรวมถึงวิเคราะห์ในเชิงวิชาการจากการที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง จึงสามารถแยกแยะได้ว่าเหตุใดทำไมการกระตุ้นสารหอมในไม้กฤษณาถึงได้ผลไม่เท่าที่ควร จนค้นพบตัวแปร […]

ความจริง 195 กิโลเมตร ไทย-กัมพูชา ไม่ต้องมีการปักปันใหม่ใดๆทั้งสิ้น

ประเทศไทยและกัมพูชาได้มีการจัดทำหลักเขตแดนมีจำนวนทั้งสิ้น 73 หลักเสร็จสิ้นไปหมดแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลักเขตแดนที่ 1 ถูกจัดทำขึ้นที่ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ แล้วจัดทำหลักเขตแดนอื่นๆตามลำดับไปใน “ทิศตะวันตก” จากช่องสะงำ จนไปสิ้นสุดหลักเขตที่ 73 ที่จังหวัดตราด ส่วน “ทิศตะวันออก” จากช่องสะงำ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นขอบหน้าผาพนมดงรักมีความยาว 195 กิโลเมตร “ไม่ต้องมีหลักเขตแดนใดๆเลย“เพราะ มีขอบหน้าผาตามธรรมชาติเป็นสันปันน้ำตามธรรมชาติ จึงไม่ต้องทำหลักเขตแดนใดๆ หลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง ปรากฏเป็นบันทึกรายงานของ พันเอก มองกิเอร์ ประธานกรรมการฝ่ายฝรั่งเศสในคณะกรรมการปักปันผสมสยามกับฝรั่งเศส ชุดที่ 2 ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาตามสนธิสัญญา ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) ได้ยืนยันตามผลงานการสำรวจและปักปันของคณะกรรมการชุดแรกว่าขอบหน้าผาคือสันปันน้ำอย่างชัดเจนว่า “เส้นเขตแดนเดินไปตามเส้นสันปันน้ำ ซึ่งอยู่ที่หน้าผาเห็นได้จากตีนภูเขาดงรัก” นี่คือเหตุผลหลักในการตอบคำถามว่าทำไมคณะกรรมการปักปันสยาม-ฝรั่งเศส ชุดที่ 2 จึงเริ่มทำหลักเขตแดนทางบก “หมายเลข 1” ที่ ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ไปทางทิศตะวันตก จรดไปจนถึงจังหวัดตราดและตัวหลักเขตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปทางทิศตะวันตก โดยปล่อยทิ้งด้านทิศตะวันออกจนถึงช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ความยาวถึง 195 กิโลเมตร […]

สุขสันต์วันสงกรานต์ ปี 2568

สวัสดี ปีใหม่ วันสงกรานต์ ร่วมสืบสาน วัฒนธรรม ตามวิสัย ไปทำบุญ รวมญาติ สานสัมพันธ์ เป็นแบบอย่าง คนไทย ที่ดีงาม   จงเล่นน้ำ ปะแป้ง แต่พองาม ตามจรรยา แบบอย่าง ควรสืบสาน ปีงูเล็ก ปีนี้ คิดทำงาน กิจการ รุ่งเรือง ทุกท่านเทอญฯ

10 เมษายน วันยางพาราแห่งชาติ

ต้นยางพาราถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยครั้งแรก ช่วงเวลาประมาณ พ.ศ.2425 ซึ่งช่วงเวลานั้น ได้มีการขยายเมล็ดพันธุ์ต้นยางพาราเพื่อนำไปปลูกในประเทศต่าง ๆ ของทวีปเอเชีย และใน ปี พ.ศ.2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) “บิดาแห่งยางพาราไทย” เป็นผู้ที่ได้นำต้นยางพารามาปลูกที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นครั้งแรก จากนั้น พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี จึงได้มีการส่งนักเรียนให้ไปศึกษาวิธีการปลูกยางพาราเพื่อนำความรู้กลับมาช่วยสอนชาวบ้านให้รู้ถึงวิธีการปลูกยางพารา ซึ่งนักเรียนที่ท่านได้ส่งไปศึกษาวิธีการปลูกยางพาราล้วนแต่เป็นเจ้าเมือง นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั้งสิ้น พร้อมกันนั้นท่านก็ได้สั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้นำพันธุ์ต้นยางพาราไปแจกจ่าย และส่งเสริมให้ราษฎรปลูกทั่วไป ซึ่งในช่วงเวลานั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็น “ยุคตื่นยาง” และชาวบ้านได้เรียกยางพารานี้ว่า “ยางเทศา” ต่อมาชาวบ้านได้มีการนำเข้ายางพารามาปลูกเป็นสวนยางพารามากขึ้น และได้มีการขยายพื้นที่การปลูกยางพาราไปในจังหวัดภาคใต้รวม 14 จังหวัด ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงจังหวัดที่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย จนถึงปัจจุบันประเทศไทยได้มีพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วทั้งประเทศประมาณ 12 ล้านไร่ โดยกระจายกันอยู่ในภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นแหล่งปลูกยางพาราพื้นที่ใหม่ การพัฒนาอุตสาหกรรมของยางพาราในประเทศไทยได้เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา จนทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกยางพาราได้มากที่สุดในโลก ซึ่งความคิดที่จะนำยางพาราเข้ามาปลูกในประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อ พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ได้เดินทางไปดูงานในประเทศมาเลเซีย ได้เห็นชาวมลายูปลูกยางพารากันได้ผลดี จึงเกิดความสนใจที่จะนำยางพาราเข้ามาปลูกในประเทศไทยบ้าง แต่พันธุ์ยางพาราในสมัยนั้นได้มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของสวนยางพารา ทำให้ไม่สามารถนำพันธุ์ยางพารากลับมาได้ในการเดินทางครั้งนั้น […]

9 เมษายน วันกองทัพอากาศ

กิจการบินของไทย เริ่มต้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีชาวต่างประเทศ ได้นำเครื่องบิน มาแสดงให้ชาวไทย ได้ชมเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2454 อันทำให้ ผู้บังคับบัญชา ระดับสูง ของกองทัพ ในสมัยนั้น พิจารณาเห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครื่องบิน ไว้เพื่อป้องกันภัย ที่จะเกิดแก่ประเทศชาติ ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ กระทรวงกลาโหม จึงได้ตั้ง “แผนกการบิน” ขึ้นในกองทัพบก พร้อมทั้งได้คัดเลือกนายทหารบก 3 คน ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสม ไปศึกษาวิชาการ ณ ประเทศฝรั่งเศส อันได้แก่ พันตรีหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ร้อยเอกหลวงอาวุธสิขิกร และ ร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต ทั้ง 3 ท่านนี้ ในเวลาต่อมา ได้รับพระราชทานยศ และบรรดาศักดิ์ ตามลำดับ คือ  พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ, นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์  และ  นาวาอากาศเอก […]

เรื่องซุบซิบของข้าราชการ – ห้องทำงานของผู้บริหาร ช่างหรูหราหมาเห่าเสียเหลือเกิน

ในการทำงานของข้าราชการนั้นย่อมต้องมีสถานที่ทำงานเป็นสำนักงานในการเปิดให้บริการแก่ประชาชน  ซึ่งทั้งแทบทั้งหมดล้วนมาจากภาษีประชาชน  แต่กลับมาข้าราชการจำนวนมากมองว่าสถานที่ทำงานที่มาจากภาษีประชาชนเพื่อบริการประชาชนเป็นเสมือน”สิ่งบ่งบอกฐานะบารมีของตนเอง” สำหรับหน่วยงานระดับกระทรวง ทบวง กรม ที่มีบทบาทหน้าที่ภารกิจระดับประเทศ  ย่อมต้องมี”ห้องรับรอง”เพื่อใช้รับรองบริการแขกบ้านแขกเมืองหรือผู้มีเกียรติ  ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ  ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศถ้ามีเพื่อภารกิจของหน่วยงาน  แต่มีผู้บริหารหน่วยงานจำนวนมากใช้งบประมาณจำนวนมากในการปรับปรุงห้องทำงานของตนเองให้หรูหราเกินจำเป็น  บางแห่งเฟอนิเจอร์หรือของประดับห้องนำเข้ามาจากยุโรป  บางแห่งก็บ้าสะสมงาช้างและเครื่องประดับโบราณ  ทั้งที่หน่วยงานของตนเองก็มีห้องรับรองแขกอยู่แล้ว  บางหน่วยงานมีมากกว่า 1 แห่งด้วยซ้ำ  แล้วบางคนปรับปรุงเสร็จก็ไม่เปิดรับรองแขกเลย  แค่เอาไว้อวดเพื่อนๆผู้บริหารด้วยกัน  แต่ก็ดันทุรังเอางบประมาณจากภาษีประชาชนจำนวนมากมาปรับปรุงห้องทำงานของตนเพื่ออวดบารมีทั้งที่บางคนย้ายมารับตำแหน่งแค่ 4 ปี แล้วก็ต้องหมุนเวียนไปรับตำแหน่งที่อื่นต่อ  แล้วคนใหม่มารับตำแหน่งก็รื้อปรับปรุงใหม่อีก  เวียนเป็นวัฏจักรที่สิ้นเปลืองแบบนี้เรื่อยไป  เพราะการปรับปรุงแต่ละครั้งใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าหลักล้าน  คิดดูสิว่าภาษีประชาชนถูกเอามาละลายกับเรื่องแบบนี้อยู่ตลอด  ประชาชนรู้เข้าเขาจะติดยังไง อีกฟากหนึ่งของห้องผู้บริหารอันหรูหรา  สถานที่ทำงานของข้าราชการและพนักงานราชการนั้นกลับได้รับการปรับปรุงในแต่ละครั้งอย่างยากลำบากและได้รับงบประมาณเพียงน้อยนิด  ทั้งที่เป็นส่วนงานที่ไว้บริการประชาชน  หลายๆแห่งบุคคลาดรต้องทนใช้งานครุภัณฑ์ที่มีอายุมากกว่าพ่อแม่ของพวกเขาเสียอีก  บ้างก็มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยแต่ก็ต้องทนใช้งานเพราะมันยังใช้งานได้อยู่เท่านั้น  เพื่อให้สามารถบริการประชาชนต่อไปได้  ยังไม่รวมถึงฝ่ายสนับสนุนงานของข้าราชการและพนักงานข้าราชการอย่างคนงาน แม่บ้าน และรปภ.ที่ส่วนใหญ่เป็นพนักงานจ้างรับเหมาบริการหรือพนักงานจ้างตามสัญญาบริการ  ที่ช่วยดูแลสถานที่ราชการและช่วยสนับสนุนงานบริการประชาชนกับข้าราชการและพนักงานราชการ  แต่สวัสดิการแทบไม่มี  ไม่มีแม้แต่ประกันสังคม  หลายๆคนเคยเป็นลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการมาก่อน  แต่เกษียณแล้วและยังรักหน่วยงานจึงมาทำหน้าที่ดังกล่าว  แต่กลับไม่ค่อยได้รับการดูแลที่ดีนัก  บางหน่วยงานยังจ่ายเงินเดือนไม่ตรงเดือนบ่อยๆก็มี  ทั้งที่เงินเดือนพวกเขาแค่หลักพันเอง  รวมถึงสถานที่ทำงานก็ยังถูกจัดสรรให้ไม่ค่อยดี  บางที่ให้พักในอาคารที่ใกล้พังก็มี  ทั้งที่พวกเขาก็คือฟันเฟืองหนึ่งของระบบราชการ สุดท้ายนี้  การเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้เพื่อโจมตีผู้หลักผู้หลักผู้ใหญ่แต่อย่างใด  แต่เพียงอยากส่งเสียงให้ท่านพิจารณาการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและรอบคอบ  ไม่ใช่ใช้เพื่อสนองความต้องการของตนเองโดยไม่ได้เป็นส่วนช่วยในการทำงาน  เงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของประชาชน  และลูกน้องของท่านทุกระดับไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือไม่ใช่ข้าราชการ  ควรช่วยสนับสนุนการทำงานของเขาเพื่อที่เขาจะได้ให้บริการประชาชนให้ได้ดี  […]

error: ห้าม Copy เนื้อหาและรูปภาพ By มติรัฐ